ค่า FT หรือ ค่าไฟฟ้าผันแปร (Fuel Adjustment Charge) คือส่วนหนึ่งของค่าไฟฟ้าที่ปรับทุก 4 เดือน เพื่อสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนเชื้อเพลิง และต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการผลิตไฟฟ้า เช่น ราคาก๊าซธรรมชาติ น้ำมัน และพลังงานที่ต้องนำเข้าในช่วงนั้น เมื่อราคาพลังงานเพิ่มขึ้น ค่า FT ก็มีแนวโน้มสูงขึ้น และเมื่อราคาพลังงานลดลง ค่า FT ก็มีแนวโน้มลดลงเช่นกัน
บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า ค่า FT คืออะไร คำนวณจากอะไร ทำไมจึงต้องปรับทุก 4 เดือน และโรงงานหรือธุรกิจที่ใช้ไฟฟ้าปริมาณมากสามารถลดผลกระทบจากค่า FT ได้อย่างไร
ค่า FT คืออะไร และมาจากไหน?
ค่า FT หรือค่าไฟฟ้าผันแปร เป็นส่วนหนึ่งของค่าไฟฟ้าที่ปรับเพิ่มหรือลดตามการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนในการผลิตและจัดหาไฟฟ้า เช่น ราคาก๊าซธรรมชาติ น้ำมัน และต้นทุนเชื้อเพลิงอื่น ๆ รวมถึงปัจจัยด้านต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการผลิตไฟฟ้า
เนื่องจากต้นทุนเหล่านี้ มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ค่า FT จึงถูกนำมาใช้เป็นกลไกในการสะท้อนต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงเวลา โดยไม่จำเป็นต้องปรับ ค่าไฟฟ้าฐาน ทุกครั้งที่ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าเปลี่ยนแปลง

จุดสำคัญ:
ค่า FT ไม่ใช่กำไรของการไฟฟ้า แต่เป็นส่วนหนึ่งของค่าไฟฟ้าที่ใช้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและจัดหาไฟฟ้า โดยค่า FT สามารถปรับเพิ่มหรือลดได้ตามต้นทุนที่เกิดขึ้นในแต่ละงวด
บิลค่าไฟประกอบด้วยอะไรบ้าง?
เพื่อให้เข้าใจ ค่า FT ได้ง่ายขึ้น สามารถแบ่งองค์ประกอบของค่าไฟออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ ค่าไฟฟ้าฐาน ค่า FT และค่าบริการ โดยแต่ละส่วนมีหน้าที่แตกต่างกัน ดังนี้
1. ค่าไฟฟ้าฐาน (Base Tariff)
เป็นค่าไฟฟ้าส่วนพื้นฐานที่ใช้คำนวณค่าไฟ โดยสะท้อนต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้า เช่น ต้นทุนการผลิตไฟฟ้า ระบบส่ง และระบบจำหน่ายไฟฟ้า
2. ค่า FT (Fuel Adjustment Charge)
เป็นส่วนของค่าไฟฟ้าที่ปรับทุก 4 เดือน เพื่อสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนเชื้อเพลิงและต้นทุนที่เกี่ยวข้อง โดยค่า FT อาจเป็นค่าบวกหรือลบ และแสดงในหน่วยสตางค์ต่อหน่วย
3. ค่าบริการ (Service Charge)
เป็นค่าบริการรายเดือนที่เรียกเก็บตามประเภทผู้ใช้ไฟฟ้า โดยไม่ได้คิดตามจำนวนหน่วยไฟฟ้าที่ใช้
ค่า FT คำนวณอย่างไร?
ค่า FT จะแสดงในบิลค่าไฟฟ้าในหน่วย สตางค์ต่อหน่วย (kWh) โดยนำไปคำนวณตามปริมาณไฟฟ้าที่ใช้ในแต่ละเดือน เช่น หากค่า FT อยู่ที่ +50 สตางค์ต่อหน่วย หมายความว่าผู้ใช้ไฟจะมีค่า FT เพิ่มขึ้น 50 สตางค์ต่อไฟฟ้าที่ใช้ 1 หน่วย
ตัวอย่างการคำนวณค่า FT
สมมติว่าใช้ไฟฟ้า 1,000 หน่วย มีค่าไฟฟ้าฐาน 3.50 บาทต่อหน่วย และค่า FT อยู่ที่ +0.50 บาทต่อหน่วย
ค่าไฟฟ้าส่วนนี้ = 1,000 × (3.50 + 0.50) = 4,000 บาท
จากนั้นจึงนำค่าบริการและภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) มาคำนวณเพิ่มเติมตามเงื่อนไขที่กำหนด
หากค่า FT ลดลงเหลือ +0.10 บาทต่อหน่วย
ค่าไฟฟ้าส่วนนี้ = 1,000 × (3.50 + 0.10) = 3,600 บาท
จากตัวอย่างจะเห็นว่า เมื่อค่า FT ลดลง 0.40 บาทต่อหน่วย ผู้ใช้ไฟที่ใช้ไฟฟ้า 1,000 หน่วย จะมีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ลดลง 400 บาท ก่อนคำนวณค่าบริการและ VAT
ดังนั้น ปริมาณการใช้ไฟฟ้ายิ่งสูง การเปลี่ยนแปลงของค่า FT ก็ยิ่งส่งผลต่อค่าไฟฟ้ามากขึ้น โดยเฉพาะโรงงาน อาคารสำนักงาน และสถานประกอบการที่มีการใช้ไฟฟ้าปริมาณมาก
ทำไมโรงงานและอาคารขนาดใหญ่ต้องให้ความสำคัญกับค่า FT?
สำหรับบ้านพักอาศัยที่ใช้ไฟฟ้าในปริมาณไม่มาก การเปลี่ยนแปลงของค่า FT อาจส่งผลต่อค่าไฟในระดับหนึ่ง แต่สำหรับ โรงงาน อาคารสำนักงาน และอาคารขนาดใหญ่ ที่มีปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูง การเปลี่ยนแปลงของค่า FT เพียงไม่กี่สตางค์ต่อหน่วย ก็สามารถส่งผลต่อต้นทุนค่าไฟฟ้ารวมได้อย่างมาก
ตัวอย่างเช่น
หากสถานประกอบการใช้ไฟฟ้า 100,000 หน่วยต่อเดือน และค่า FT เพิ่มขึ้น 0.10 บาทต่อหน่วย จะทำให้มีค่าใช้จ่ายด้าน FT เพิ่มขึ้นประมาณ 10,000 บาทต่อเดือน ก่อนรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
ดังนั้น การ ควบคุมปริมาณการใช้ไฟฟ้าและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบไฟฟ้า จึงเป็นแนวทางสำคัญในการช่วยลดต้นทุน และลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของค่า FT โดยเฉพาะสถานประกอบการที่มีการใช้ไฟฟ้าในปริมาณมาก
วิธีลดผลกระทบจากค่า FT สำหรับธุรกิจและโรงงาน
แม้จะไม่สามารถลดค่า FT โดยตรงได้ แต่สามารถลดผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าได้ด้วยการลดปริมาณการใช้ไฟฟ้า และปรับปรุงระบบไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แนวทางที่ธุรกิจและโรงงานสามารถนำไปปรับใช้มีดังนี้
1. ติดตั้ง Solar Rooftop (On Grid)
ระบบ Solar Rooftop ช่วยผลิตไฟฟ้าใช้เองในช่วงกลางวัน ทำให้ลดปริมาณไฟฟ้าที่ต้องซื้อจากระบบไฟฟ้า เมื่อใช้ไฟฟ้าจากระบบลดลง จำนวนหน่วยไฟฟ้าที่นำไปคำนวณค่า FT ก็ลดลงตามไปด้วย จึงช่วยลดผลกระทบจากค่า FT และลดค่าไฟฟ้าได้
โรงงานและอาคารที่มีการใช้ไฟฟ้าสูงในช่วงกลางวัน จึงเป็นกลุ่มที่สามารถใช้ประโยชน์จาก Solar Rooftop ได้อย่างคุ้มค่า
2. ปรับปรุงระบบหม้อแปลงไฟฟ้า
หม้อแปลงไฟฟ้า (Transformer) ที่มีอายุการใช้งานสูง หรือมีขนาดไม่เหมาะสมกับโหลด อาจทำให้เกิดการสูญเสียพลังงานในระบบ การตรวจสอบสภาพ และปรับปรุงหม้อแปลงให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งาน จึงช่วยลดการสูญเสียและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบไฟฟ้าได้

3. ติดตั้ง Capacitor Bank
Capacitor Bank ช่วยปรับปรุง Power Factor ของระบบไฟฟ้า โดยเฉพาะโรงงานที่มีมอเตอร์หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่เป็นโหลดเหนี่ยวนำจำนวนมาก การปรับ Power Factor ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ช่วยลดกระแสไฟฟ้าในระบบ ลดการสูญเสียในสายไฟและอุปกรณ์ และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบไฟฟ้าโดยรวม
4. ใช้อุปกรณ์ประหยัดพลังงาน
การเลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูงช่วยลดปริมาณการใช้ไฟฟ้า ซึ่งส่งผลต่อค่าไฟฟ้าและค่า FT ที่คำนวณตามหน่วยไฟฟ้าที่ใช้ ตัวอย่างอุปกรณ์และแนวทางที่สามารถนำมาปรับใช้ ได้แก่
- เปลี่ยนมอเตอร์เป็นรุ่นประสิทธิภาพสูง
- ติดตั้ง Variable Frequency Drive (VFD) กับปั๊มและพัดลมที่เหมาะสม
- เปลี่ยนหลอดไฟเป็น LED
- ตรวจสอบและบำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ
Tips:
โรงงานที่ใช้ไฟฟ้าสูงในช่วง Peak สามารถพิจารณาอัตรา TOU (Time-of-Use) และปรับช่วงเวลาการใช้ไฟไปเป็นช่วง Off-Peak ที่เหมาะสม เพื่อช่วยลดค่าไฟฟ้าโดยรวมได้
สรุป
ค่า FT คือ ค่าไฟฟ้าผันแปรของค่าไฟฟ้าที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนการผลิต และจัดหาไฟฟ้า จึงสามารถปรับเพิ่มหรือลดได้ในแต่ละงวด และยิ่งใช้ไฟฟ้ามาก การเปลี่ยนแปลงของค่า FT ก็ยิ่งส่งผลต่อต้นทุนมากขึ้น
โรงงานและธุรกิจจึงควรเน้น ลดการใช้ไฟฟ้าและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบ เช่น ติดตั้ง Solar Rooftop ปรับปรุงหม้อแปลง ใช้ Capacitor Bank และเลือกใช้อุปกรณ์ประหยัดพลังงาน เพื่อช่วยควบคุมค่าไฟและลดผลกระทบจากค่า FT ในระยะยาว
FAQ
Q1: ค่า FT ปรับขึ้นบ่อยแค่ไหน?
A: ปรับขึ้นทุก 4 เดือน เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงในแต่ละงวด
Q2: ค่า FT ติดลบแปลว่าอะไร?
A: หมายถึงค่า FT ในงวดนั้นเป็นค่าติดลบ ทำให้จำนวนเงินค่า FT ที่คำนวณตามหน่วยไฟฟ้าที่ใช้ลดลง
Q3: ดูค่า FT ปัจจุบันได้จากไหน?
A: ตรวจสอบได้จากประกาศของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน และข้อมูลจากการไฟฟ้าที่ให้บริการ
Q4: โรงงานสามารถขอยกเว้นหรือลดค่า FT ได้ไหม?
A: ไม่สามารถลดอัตรา FT ที่ประกาศได้โดยตรง แต่สามารถลดค่าใช้จ่ายจาก FT ได้ด้วยการลดปริมาณการใช้ไฟฟ้า เช่น ติดตั้ง Solar Rooftop หรือปรับปรุงประสิทธิภาพระบบไฟฟ้า
Q5: Solar Rooftop ช่วยลดค่า FT ได้อย่างไร?
A: ช่วยลดหน่วยไฟฟ้าที่ซื้อจากการไฟฟ้า ทำให้ค่า FT ที่คำนวณตามหน่วยการใช้ไฟลดลง
หากต้องการลดต้นทุนค่าไฟและเพิ่มประสิทธิภาพระบบไฟฟ้า สามารถปรึกษาวิศวกรจาก CSK Power Technology ได้ เราให้บริการติดตั้งและปรับปรุงระบบไฟฟ้าเพื่อช่วยลดต้นทุนพลังงานแบบครบวงจร ทั้ง Solar Cell, หม้อแปลงไฟฟ้า, Capacitor Bank, Active Harmonic Filter และ Energy Controller พร้อมวิเคราะห์ระบบและแนะนำโซลูชันที่เหมาะกับการใช้งานของแต่ละธุรกิจ
สามารถดูบริการได้ที่ บริการของเรา
☎️ Tel: 02-583-1441, 065-239-4655
🟢 Line: @cskpower
📬 Email: csk.powertech.office@gmail.com
📘 Facebook: ซีเอสเค เพาเวอร์ เทคโนโลยี จำกัด