ติดต่อผ่าน Email
สอบถามข้อมูลบริการ และปรึกษาฟรี

ไฟฟ้าแรงสูงมีอันตรายอย่างไร รวมเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับ “ไฟฟ้าแรงสูง”

เผยแพร่เมื่อ:
29 January 2026

ไฟฟ้าแรงสูงมีอันตรายอย่างไร

ไฟฟ้าแรงสูง (High Voltage) คือไฟฟ้าที่มีแรงดันสูงเกิน 1,000 โวลต์ โดยมีการใช้งานในระบบส่งไฟฟ้าที่ยาวไกล เช่น การส่งกระแสไฟฟ้าไปยังพื้นที่ห่างไกล หรือการใช้งานในอุตสาหกรรมที่ต้องการพลังงานสูง และมีการสูญเสียกระแสไฟฟ้าต่ำกว่าไฟฟ้าแรงดันต่ำ ด้วยคุณสมบัติที่สามารถส่งกระแสไฟฟ้าไปได้ไกล ไฟฟ้าแรงสูงจึงมีบทบาทสำคัญในการดำเนินงานของระบบไฟฟ้าทั่วไป

ไฟฟ้าแรงสูง คืออะไร

ไฟฟ้าแรงสูง คือ ระบบไฟฟ้าที่มีแรงดันระหว่างสายไฟเกิน 1,000 โวลต์ขึ้นไป โดยทั่วไปแล้วจะใช้สำหรับการส่งกระแสไฟฟ้าไปยังพื้นที่ที่มีระยะทางไกล ซึ่งช่วยให้ลดการสูญเสียพลังงานไฟฟ้าในระหว่างการส่งกระแส ไฟฟ้าแรงสูงมีการกระโดดข้ามจากสายไฟไปยังวัตถุต่าง ๆ ได้ หากวัตถุนั้นอยู่ในระยะที่ปลอดภัยไม่ได้

ลักษณะของไฟฟ้าแรงสูง

  • ใช้สายไฟที่ยึดด้วยวัสดุฉนวนเรียกว่า “ลูกถ้วย” ซึ่งทำจากวัสดุกระเบื้องเคลือบหลายชั้น
  • เสาของไฟฟ้าแรงสูงมักมีความสูงตั้งแต่ 9 เมตรขึ้นไป
  • สายไฟฟ้าแรงสูงไม่ได้ถูกหุ้มฉนวนหนาเหมือนระบบไฟฟ้าแรงต่ำ เนื่องจาก แรงดันไฟฟ้าสูงสามารถกระโดดข้ามอากาศได้

สายไฟแบบไหนที่ปลอดภัย

  • สายไฟปลอดภัย ต้องมี ฉนวนหุ้มที่หนา และพันทับด้วยวัสดุที่ทนทาน เช่น สายชีลด์ (Shield) เพื่อป้องกันการสัมผัส
  • สายไฟฟ้าแรงสูง ที่ใช้ในพื้นที่เปิดโล่งมักจะไม่มีฉนวนหุ้ม หรือหุ้มแค่บางๆ ซึ่งทำให้มีความเสี่ยงสูง
  • การหุ้มสายไฟ ที่ปลอดภัยจะต้องมี ฉนวนหุ้มหนา, พันด้วยสายชีลด์, และ หุ้มด้วยเปลือกนอก ทำให้ไม่สามารถสัมผัสได้ง่าย
  • การจ่ายไฟฟ้าแรงสูง ของการไฟฟ้านครหลวงมีระดับแรงดันไฟฟ้าตั้งแต่ 12,000 โวลต์ (12 kV) ถึง 115,000 โวลต์ (115 kV) และบางครั้งถึง 23 kV

ไฟฟ้าแรงสูง คืออะไร

ระยะห่างจากไฟฟ้าแรงสูงตามมาตรฐานที่ปลอดภัย

การไฟฟ้านครหลวงได้กำหนดระยะห่างจากสายไฟฟ้าแรงสูงในสถานการณ์ต่างๆ เช่น:

  • 12,000-14,000 โวลต์: ระยะห่างจากอาคาร 1.8 เมตร และ 1.5 เมตรจากป้ายโฆษณา
  • 69,000 โวลต์: ระยะห่างจากอาคาร 2.13 เมตร และ 1.8 เมตรจากป้ายโฆษณา
  • 115,000 โวลต์: ระยะห่างจากอาคาร 2.30 เมตร และ 2.30 เมตรจากป้ายโฆษณา

ในการทำงานที่มีเครื่องมือยื่นออกจากอาคาร เช่น เครน ต้องมีการรักษาระยะห่างเพิ่มเติมเพื่อป้องกันการสัมผัสกับสายไฟฟ้าแรงสูง

ข้อกำหนดระยะห่างเมื่อเครื่องมือยื่นออกมานอกอาคาร

  • ขนาดแรงดันไฟฟ้า 12,000-69,000 โวลต์: ระยะห่างที่ปลอดภัยจากสายไฟฟ้าแรงสูงต้องไม่ต่ำกว่า 3.05 เมตร
  • ขนาดแรงดันไฟฟ้า 115,000 โวลต์: ระยะห่างที่ปลอดภัยจากสายไฟฟ้าแรงสูงต้องไม่ต่ำกว่า 3.20 เมตร
  • ขนาดแรงดันไฟฟ้า 230,000 โวลต์: ระยะห่างที่ปลอดภัยจากสายไฟฟ้าแรงสูงต้องไม่ต่ำกว่า 3.90 เมตร
  • การทำงานใกล้ไฟฟ้าแรงสูง โดยเฉพาะเมื่อใช้เครื่องมือที่ยื่นออกมานอกอาคาร เช่น เครน ต้องรักษาระยะห่างตามข้อกำหนดเพื่อป้องกันอันตรายจากการสัมผัสไฟฟ้าแรงสูง
  • ผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับไฟฟ้าแรงสูงต้องมีความรู้และปฏิบัติตาม หลักความปลอดภัย อย่างเคร่งครัด เนื่องจากอันตรายจากไฟฟ้าแรงสูงอาจ คร่าชีวิต และทำลาย ทรัพย์สิน ได้

ระบบไฟฟ้าแรงสูงมีความดันไฟฟ้าอยู่ที่เท่าไหร่ ทำไมถึงควรรู้

ไฟฟ้าแรงสูงมีแรงดันไฟฟ้าที่สูงถึงระดับกิโลโวลต์ (kV) โดยการไฟฟ้านครหลวงจะใช้ระบบแรงดันไฟฟ้าในระดับตั้งแต่ 12,000 โวลต์ (12 kV) ไปจนถึง 115,000 โวลต์ (115 kV) การรู้ระดับแรงดันของไฟฟ้าแรงสูงจะช่วยให้บุคคลหรือองค์กรสามารถระมัดระวังในเรื่องความปลอดภัยในการทำงานหรือการเข้าใกล้สายไฟฟ้าแรงสูงได้ดีขึ้น

ข้อควรรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับอันตรายของไฟฟ้าแรงสูง

1. ไฟฟ้าแรงสูงสามารถกระโดดข้ามอากาศได้

เนื่องจากมีแรงดันไฟฟ้าที่สูงมาก ไฟฟ้าแรงสูงสามารถกระโดดข้ามช่องว่าง หรืออากาศไปยังวัตถุต่างๆ ที่อยู่ในระยะอันตรายได้โดยไม่ต้องสัมผัสสายไฟ

2. ระยะอันตรายขึ้นอยู่กับแรงดันไฟฟ้า

ยิ่งระดับแรงดันไฟฟ้าสูง ระยะที่ไฟฟ้าแรงสูงสามารถกระโดดข้ามได้ยิ่งไกล ทำให้การสัมผัสหรืออยู่ใกล้สายไฟฟ้าแรงสูงมีความเสี่ยงมากขึ้น

อันตรายของไฟฟ้าแรงสูง

3. ไฟฟ้าแรงสูงมีผลกระทบต่อสุขภาพทันที

การสัมผัสไฟฟ้าแรงสูงสามารถทำให้เกิดการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตทันที เนื่องจากกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านร่างกายทำให้เกิดการหยุดการทำงานของหัวใจและระบบประสาท

4. การสัมผัสหรืออยู่ใกล้ไฟฟ้าแรงสูงอาจทำให้เกิดการไหม้

หากร่างกายสัมผัสหรืออยู่ใกล้ไฟฟ้าแรงสูง อาจเกิดการไหม้จากการไหลของกระแสไฟฟ้า ทำให้เกิดบาดแผลรุนแรงและความเสียหายต่อเนื้อเยื่อ

5. อันตรายไม่จำเป็นต้องสัมผัสสายไฟ

ไฟฟ้าแรงสูงสามารถสร้างอันตรายได้แม้ไม่ได้สัมผัสสายไฟโดยตรง การอยู่ในระยะที่ไฟฟ้าสามารถกระโดดข้ามไปยังร่างกายก็เพียงพอที่จะเกิดอันตรายได้

สรุป

ไฟฟ้าแรงสูงเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นในการส่งกระแสไฟฟ้าในระยะทางไกล แต่เนื่องจากมันมีอันตรายจากการกระโดดข้ามของกระแสไฟฟ้า จึงจำเป็นต้องระมัดระวังอย่างยิ่งในการเข้าใกล้สายไฟฟ้าแรงสูง การเข้าใจระยะห่างที่ปลอดภัยและการรู้จักลักษณะของไฟฟ้าแรงสูงเป็นสิ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงจากอันตรายได้

FAQ

Q: ไฟฟ้าแรงสูงมีความอันตรายอย่างไร?

A: ไฟฟ้าแรงสูงสามารถทำให้เกิดการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้หากอยู่ในระยะที่กระแสไฟฟ้าสามารถกระโดดข้ามได้ โดยไม่ต้องสัมผัสสายไฟ

Q: สายไฟฟ้าแรงสูงมีลักษณะอย่างไร?

A2: สายไฟฟ้าแรงสูงมักจะถูกยึดด้วยวัสดุที่เป็นฉนวนหรือ “ลูกถ้วย” ซึ่งทำจากกระเบื้องหลายชั้น และตั้งอยู่สูงจากพื้นดินเกิน 9 เมตร

Q: ระยะห่างที่ปลอดภัยจากไฟฟ้าแรงสูงคือเท่าไหร่?

A3: ขึ้นอยู่กับแรงดันไฟฟ้า เช่น สำหรับ 12,000 โวลต์ ต้องรักษาระยะห่าง 1.8 เมตรจากอาคาร และ 1.5 เมตรจากป้ายโฆษณา

Q: ไฟฟ้าแรงสูงสามารถกระโดดข้ามอากาศได้อย่างไร?

A: เนื่องจากไฟฟ้าแรงสูงมีแรงดันไฟฟ้าที่สูง มันสามารถกระโดดข้ามช่องว่างหรืออากาศเข้าหาวัตถุต่างๆ ที่อยู่ในระยะอันตรายได้

Q: ถ้าต้องทำงานใกล้ไฟฟ้าแรงสูง ควรระวังอย่างไร?

A: ควรปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัย โดยเฉพาะการรักษาระยะห่างจากสายไฟและการใช้เครื่องมือที่มีฉนวนหุ้ม

หากคุณต้องการคำแนะนำหรือบริการติดตั้งระบบไฟฟ้าที่ปลอดภัยและมีคุณภาพ บริษัท CSK Power Technology ยินดีให้บริการอย่างครบวงจร ด้วยประสบการณ์มากกว่า 16 ปี ในงานระบบไฟฟ้าทุกประเภท พร้อมการรับรองมาตรฐานสากล เรามุ่งมั่นในการมอบความปลอดภัยและความมั่นคงให้กับลูกค้า ด้วยบริการติดตั้งและดูแลระบบไฟฟ้าที่ดีที่สุด ติดต่อเราเพื่อขอคำปรึกษาและข้อมูลเพิ่มเติมได้เลย

สนใจบริการงานติดตั้งไฟฟ้าแรงสูง สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ >> CSK ติดตั้งไฟฟ้าแรงสูง


☎️ Tel: 02-583-1441, 065-239-4655

🟢 Line: @cskpower

📬 Email: csk.powertech.office@gmail.com

📘 Facebook: ซีเอสเค เพาเวอร์ เทคโนโลยี จำกัด

อ่านข่าวสารเพิ่มเติม

บริภัณฑ์ไฟฟ้า คืออุปกรณ์ที่ใช้จ่ายไฟ ควบคุมไฟ และป้องกันระบบไฟฟ้า แบ่ง 3 ระดับ HV-MV-LV อ่านวิธีเลือกใช้ตรงงาน มาตรฐาน วสท. และเกณฑ์ตรวจรับรอง สำหรับอาคารและโรงงาน
25 June 2026
อุปกรณ์ประหยัดพลังงานไฟฟ้ามีหลายประเภท เช่น Capacitor Bank, VFD และหลอดไฟ LED โดยแต่ละชนิดช่วยลดค่าไฟในจุดที่แตกต่างกัน การเลือกติดตั้งให้คุ้มค่าควรพิจารณาจากลักษณะการใช้ไฟฟ้าของหน้างาน
25 June 2026
Solar Floating คือระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนทุ่นลอยน้ำ ผลิตไฟได้มากกว่าระบบบนหลังคา 5-10% เพราะน้ำช่วยระบายความร้อน ไม่ใช้พื้นที่ดิน และช่วยลดการระเหยของน้ำ
25 June 2026
Solar Lighting คือระบบไฟส่องสว่างที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์จากแผงโซลาร์เซลล์ เก็บไฟในแบตเตอรี่ และจ่ายให้หลอด LED โดยไม่ใช้ไฟฟ้าจากการไฟฟ้า ลดค่าไฟและติดตั้งได้ทุกพื้นที่
25 June 2026
ค่ากราวด์มาตรฐานต้องไม่เกิน 5 โอห์ม สำหรับระบบป้องกันฟ้าผ่า และไม่เกิน 25 โอห์ม สำหรับระบบไฟฟ้าทั่วไปในอาคารบ้านเรือน ตามมาตรฐานของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.)
27 May 2026
PM หม้อแปลงไฟฟ้าช่วยลดความเสี่ยงการระเบิดได้จริง แต่ไม่ใช่ 100% บทความนี้อธิบายหลักการ สาเหตุที่หม้อแปลงระเบิด วิธีที่ PM ช่วยได้ และข้อจำกัดที่โรงงานควรรู้ก่อนตัดสินใจ
27 May 2026