เราคือบริษัท บริการ ระบบป้องกันฟ้าผ่า ภายในอาคาร ออกแบบ ติดตั้งไฟฟ้า ดูแล ติดต่อ CSK 082-338-3810 เพื่อข้อมูลเพิ่มเติมและ ราคา เกี่ยวกับ ระบบไฟฟ้าอุตสาหกรรม ติดตั้ง ตรวจสอบ บริการแก้ไข ระบบไฟฟ้าโรงงาน ไฟฟ้าแรงสูง หม้อแปลงไฟฟ้า ตู้เมนไฟฟ้า ระบบแสงสว่าง ระบบป้องกันฟ้าผ่า ระบบป้องกันไฟไหม้ ระบบสายดิน ครบวงจร ในงานอุตสาหกรรม งานไฟฟ้า อุตสาหกรรม
ระบบป้องกันฟ้าผ่าภายในอาคาร (Lightning Protection System – LPS)
ระบบป้องกันฟ้าผ่า เป็นระบบที่ช่วยลดความเสียหายจากฟ้าผ่าที่อาจส่งผลต่ออาคาร ระบบไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยทำหน้าที่นำกระแสฟ้าผ่าลงดินอย่างปลอดภัยและลดความเสี่ยงของแรงดันเกิน (Surge) ที่เกิดจากฟ้าผ่า
1. องค์ประกอบของระบบป้องกันฟ้าผ่า

1️⃣ ตัวนำฟ้าผ่า (Air Termination System)
✅ หลักดักฟ้า (Lightning Rod, Franklin Rod) – ติดตั้งบนยอดอาคารหรือจุดสูงสุด
✅ สายตัวนำฟ้าผ่า (Down Conductor) – นำกระแสฟ้าผ่าจากตัวดักฟ้าลงดิน
✅ ตาข่ายลวด (Meshed Conductors/Grid System) – ใช้บนหลังคาอาคารใหญ่เพื่อลดจุดกระทบฟ้าผ่า
2️⃣ ระบบกราวด์ (Earthing System/Grounding System)
✅ แท่งกราวด์ (Ground Rods) – ฝังดินเพื่อกระจายกระแสไฟฟ้าจากฟ้าผ่า
✅ แผ่นกราวด์ (Ground Plate) – ใช้ในกรณีดินมีความต้านทานสูง
✅ สายกราวด์ (Grounding Cable) – เชื่อมโยงตัวนำฟ้าผ่ากับกราวด์
3️⃣ ระบบป้องกันแรงดันเกิน (Surge Protection System – SPD)
✅ ป้องกันแรงดันไฟฟ้าเกินที่เกิดจากฟ้าผ่าซึ่งอาจส่งผลต่ออุปกรณ์ไฟฟ้า
✅ ติดตั้งในตู้เมนไฟฟ้า (Main Distribution Board) และจุดที่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำคัญ
2. ประเภทของระบบป้องกันฟ้าผ่า
📌 1. ระบบป้องกันฟ้าผ่าแบบดั้งเดิม (Conventional System)
🔹 ใช้ แท่งล่อฟ้า (Lightning Rod) เป็นตัวรับฟ้าผ่า
🔹 นำกระแสลงดินผ่านสายตัวนำและระบบกราวด์
🔹 มีค่าใช้จ่ายต่ำ เหมาะสำหรับอาคารทั่วไป
📌 2. ระบบป้องกันฟ้าผ่าแบบ ESE (Early Streamer Emission System)
🔹 ใช้ หัวล่อฟ้าแบบปล่อยประจุไฟฟ้าล่วงหน้า
🔹 มีประสิทธิภาพในการป้องกันฟ้าผ่าในพื้นที่กว้างกว่าระบบดั้งเดิม
🔹 นิยมใช้กับอาคารสูง สนามบิน และโรงงานอุตสาหกรรม
📌 3. ระบบป้องกันฟ้าผ่าแบบตาข่าย (Faraday Cage System)
🔹 ใช้ ตาข่ายโลหะ คลุมทั้งอาคารเพื่อลดการเกิดฟ้าผ่าโดยตรง
🔹 เหมาะสำหรับอาคารที่มีความเสี่ยงสูง เช่น โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่
3. การออกแบบและติดตั้งระบบป้องกันฟ้าผ่า

📍 หลักการติดตั้งหัวล่อฟ้า
✅ หัวล่อฟ้าควรติดตั้งที่จุดสูงสุดของอาคาร
✅ ต้องมีระยะครอบคลุม (Protection Zone) ตามมาตรฐาน
✅ ใช้สูตร มุมป้องกัน (Protection Angle Method) หรือ Rolling Sphere Method
📍 หลักการติดตั้งสายตัวนำฟ้าผ่า
✅ ควรเดินสายลงดินอย่างตรงที่สุดเพื่อลดความต้านทาน
✅ หลีกเลี่ยงการเดินสายใกล้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
📍 หลักการติดตั้งระบบกราวด์
✅ ค่าความต้านทานของระบบกราวด์ควรต่ำกว่า 10 โอห์ม
✅ ควรฝังแท่งกราวด์ลึก 2.4 – 3 เมตร
📍 การติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันแรงดันเกิน (SPD)
✅ ติดตั้งที่ แผงควบคุมไฟฟ้า (MDB, DB Board)
✅ ติดตั้งที่อุปกรณ์สำคัญ เช่น คอมพิวเตอร์ ศูนย์ข้อมูล เซิร์ฟเวอร์
4. มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
🔹 IEC 62305 – มาตรฐานสากลของระบบป้องกันฟ้าผ่า
🔹 NFPA 780 – มาตรฐานป้องกันฟ้าผ่าในสหรัฐอเมริกา
🔹 IEEE Std 1100 – มาตรฐานป้องกันแรงดันเกิน
🔹 มอก. 1805-2559 – มาตรฐานไทยเกี่ยวกับระบบป้องกันฟ้าผ่า
5. ข้อดีของระบบป้องกันฟ้าผ่าในอาคาร
✅ ป้องกันอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน
✅ ลดความเสียหายของระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
✅ ช่วยให้ระบบไฟฟ้ามีความเสถียร ป้องกันแรงดันเกิน
✅ ป้องกันไฟไหม้ที่เกิดจากฟ้าผ่า
6. การบำรุงรักษาระบบป้องกันฟ้าผ่า

📌 ตรวจสอบ หัวล่อฟ้า และสายตัวนำทุก 6-12 เดือน
📌 ตรวจวัดค่าความต้านทานดินของระบบกราวด์อย่างน้อยปีละครั้ง
📌 ทดสอบการทำงานของ Surge Protection Device (SPD)
⚡ ระบบป้องกันฟ้าผ่า เป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันอันตรายต่ออาคารและอุปกรณ์ไฟฟ้า
⚙️ ประกอบด้วย หัวล่อฟ้า, สายตัวนำ, ระบบกราวด์ และอุปกรณ์ป้องกันแรงดันเกิน (SPD)
🏢 มีหลายรูปแบบ เช่น ระบบแบบดั้งเดิม, ระบบ ESE และระบบตาข่าย
🔍 ควรติดตั้งตามมาตรฐานสากลและตรวจสอบสม่ำเสมอ
ความรู้ดีดีจาก การไฟฟ้า