ติดต่อผ่าน Email
สอบถามข้อมูลบริการ และปรึกษาฟรี

ระบบล่อฟ้า ESE (Early Streamer Emission) คืออะไร ข้อดี-ข้อเสีย มาตรฐาน

เผยแพร่เมื่อ:
28 August 2025

ระบบล่อฟ้า Early Streamer Emission หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า ESE เป็นระบบที่ช่วยเพิ่มระยะการป้องกัน ทำให้ครอบคลุมพื้นที่ได้กว้าง ใช้อุปกรณ์น้อย ติดตั้งง่าย และผ่านมาตรฐาน NF C 17-102

บทความนี้จะพาคุณไปรู้จัก ESE อย่างละเอียด ตั้งแต่หลักการทำงาน ส่วนประกอบ ข้อดีข้อเสีย ราคา ไปจนถึงบริการออกแบบและติดตั้งจากทีมวิศวกร CSK ที่มีประสบการณ์ติดตั้งระบบ ESE มากว่า 20 ปี</p>

ระบบล่อฟ้า Early Streamer Emission คืออะไร

ระบบล่อฟ้า Early Streamer Emission คือระบบป้องกันฟ้าผ่าที่ออกแบบให้หัวล่อฟ้าปล่อย streamer (ลำไอออน) ขึ้นไปล่วงหน้าก่อนฟ้าผ่าจะลง ทำให้สามารถดึงฟ้าผ่าลงสู่หัวล่อได้ก่อนที่จะลงยังส่วนอื่นของอาคาร รัศมีป้องกันจึงกว้างกว่าระบบ Franklin Rod แบบดั้งเดิมหลายเท่า

ESE ต่างจากระบบล่อฟ้าแบบ Franklin อย่างไร

Franklin Rod และ ESE มีจุดประสงค์เหมือนกัน คือป้องกันไม่ให้ฟ้าผ่าผ่าฝ่าอาคาร แต่ต่างกันที่รัศมีป้องกัน วิธีติดตั้ง และราคา จากประสบการณ์ CSK ที่ติดตั้งมาทั้งสองระบบ ลูกค้าส่วนใหญ่เลือก ESE เพราะคุ้มกว่าในระยะยาว

ข้อเปรียบเทียบ Franklin Rod ESE
หลักการทำงาน รอฟ้าผ่าลงหัว แล้วนำผ่านสาย ปล่อย streamer ล่วงหน้า ดึงฟ้าผ่ามาหา
รัศมีป้องกัน เล็ก (Rolling Sphere R=20-60m) กว้าง 30-120 เมตร (ตาม ΔT)
จำนวนเสา หลายต้น/อาคาร ต้นเดียวต่ออาคาร (ปกติ)
มาตรฐาน IEC 62305 (สากล) NF C 17-102 (ฝรั่งเศส)
ราคาหัวล่อฟ้า 500-2,000 บาท/ตัว 15,000-80,000 บาท/ตัว
ราคาระบบรวม สูง (ต้องอุปกรณ์มาก) ต่ำกว่า (ติดเสาเดียว)
เหมาะกับ อาคารเล็ก บ้านพักอาศัย อาคารสูง โรงงาน พื้นที่กว้าง

ข้อดีของ ESE คือรัศมีป้องกันกว้าง ซึ่งสำหรับอาคารสูงหรือพื้นที่กว้างจะติดเสาเดียวจบ ช่วยลดจำนวนเสา สายตัวนำ และหลักดินได้ ข้อเสียคือราคาสูงกว่า และมีข้อโต้แย้งทางวิชาการระหว่างนักวิจัยบางกลุ่มว่ารัศมีป้องกันตาม NF C 17-102 สูงเกินจริง

ส่วนประกอบของระบบ ESE

ระบบ ESE ที่สมบูรณ์ประกอบด้วย 4 ส่วนหลักที่ต้องทำงานร่วมกัน ขาดส่วนใดส่วนหนึ่งหรือเลือกขนาดผิด ระบบจะป้องกันไม่ครบ จากที่ CSK ออกแบบมา จุดที่ลูกค้ามักผิดพลาดคือการเลือก ESE ราคาถูกแต่ละเลยส่วนประกอบ

1. หัวล่อฟ้า ESE

หัวล่อฟ้าคืออุปกรณ์หลักของระบบ ติดตั้งบนยอดอาคาร ปล่อย streamer ล่วงหน้าได้ ΔT (Time Advance) ตั้งแต่ 25-60 ไมโครวินาที ยิ่ง ΔT สูงรัศมีป้องกันยิ่งกว้าง อายุใช้งานของหัว ESE อยู่ที่ 15-25 ปี

หากต้องการรู้รายละเอียดของหัวล่อฟ้า สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ หัวล่อฟ้า แบบ early streamer emission

2. สายตัวนำลงดิน (Down Conductor)

สายตัวนำคือเส้นทางที่นำกระแสฟ้าผ่าจากหัวลงสู่ดิน ต้องเป็นทองแดงเปลือยขนาด 50 ตร.มม. ขึ้นไป ระบบ ESE ตองมีสายตัวนำอย่างน้อย 2 เส้นตาม NF C 17-102 เพื่อช่วยระบายกระแสได้เร็ว

อ่านรายละเอียดสายตัวนำลงดินได้ที่ อุปกรณ์ ระบบล่อฟ้า จำหน่าย ติดตั้ง

3. ระบบต่อลงดิน (Earthing System)

ระบบต่อลงดินของระบบ ESE ต้องมีค่าความต้านทานต่ำกว่า 10 โอห์มตามมาตรฐาน ใช้หลักดิน Copper Bonded ขนาด 5/8 นิ้ว ยาว 3 เมตร จำนวน 2-5 แท่งต่อจุดต่อลงดิน ขึ้นอยู่กับความต้านทานจำเพาะของดิน

หากดินมีความต้านทานสูงมาก ต้องใช้ Earth Enhancing Compound หรือระบบ Chemical Earthing ช่วยลด

4. อุปกรณ์ประกอบ

ระบบ ESE ต้องมี SPD (Surge Protective Device) ติดตั้งในตู้ MDB และตู้ DB ป้องกันแรงดันเกินจากฟ้าผ่าทางอ้อม รวมถึง Lightning Counter ช่วยบันทึกจำนวนครั้งที่ฟ้าผ่าลงระบบ

SPD มี Type 1, Type 2, Type 3 ตามจุดติดตั้ง อาคารทั่วไปใช้ Type 2 ในตู้ MDB และ Type 3 ใกล้อุปกรณ์ละเอียดอ่อน

จุดสำคัญ:

ระบบ ESE มี 4 ส่วนหลักคือหัวล่อฟ้า (ปล่อย streamer ล่วงหน้า) สายตัวนำลงดิน 2 เส้น ระบบต่อลงดิน (ไม่เกิน 10 โอห์ม) และ SPD ขาดส่วนใดส่วนหนึ่งระบบจะป้องกันไม่ครบและอาจทำให้ฟ้าผ่าวิ่งเข้าสู่อาคาร

ข้อดีข้อเสียของระบบล่อฟ้า Early Streamer Emission

ไม่มีระบบล่อฟ้าชนิดไหนไม่มีข้อเสีย ESE ก็เช่นกัน การรู้ข้อดีข้อเสียช่วยให้ตัดสินใจลงทุนได้อย่างมีเหตุผล

ข้อดีของ ESE

ข้อเสียของ ESE

ข้อควรระวัง:

ระบบ ESE ประสิทธิภาพลดลงหากติดตั้งผิดตำแหน่ง หรือไม่ตรวจสอบระบบต่อลงดินประจำปี อย่าซื้อ ESE ราคาถูกจากช่องทางที่ไม่มีใบ Certificate จริง เพราะไม่สามารถพิสูจน์คุณภาพได้ เมื่อเกิดเหตุจะไม่สามารถเรียกร้องประกันได้

ราคาและการดูแลระบบล่อฟ้า Early Streamer Emission

ราคาระบบ ESE ครบชุดสำหรับอาคารขนาดกลางอยู่ที่ 80,000-200,000 บาท ขึ้นอยู่กับรุ่นหัวล่อฟ้า จำนวนเสา ความยาวสายตัวนำ อาคารสูงหรือพื้นที่กว้างราคาอาจชนถึง 500,000-1,500,000 บาท หลังติดตั้งต้องตรวจระบบประจำปี

ช่วงราคาหัวล่อฟ้า ESE

รุ่น ระยะป้องกันโดยประมาณ (เมตร) ราคาประมาณ (บาท/ตัว)
รุ่น 25 ประมาณ 50 เมตร 15,000 – 25,000
รุ่น 40 ประมาณ 70 เมตร 25,000 – 40,000
รุ่น 60 ประมาณ 100 เมตร 40,000 – 60,000
รุ่น 80 ประมาณ 120 เมตร 60,000 – 80,000

การตรวจสอบประจำปี

ตามมาตรฐาน NF C 17-102 ระบบ ESE ต้องตรวจสอบอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และหลังเกิดฟ้าผ่าครั้งใหญ่ รายการตรวจรวมถึงวัดค่าความต้านทานหลักดิน ตรวจสภาพหัวล่อฟ้าด้วยอุปกรณ์ Tester ของผู้ผลิต ตรวจสภาพสายตัวนำ และทดสอบ SPD

สรุป เลือก ESE หรือ Franklin ดีกว่ากัน

ระบบล่อฟ้าแบบ ESE (Early Streamer Emission) เป็นระบบที่ช่วยเพิ่มระยะการป้องกัน ทำให้ครอบคลุมพื้นที่ได้กว้าง ใช้อุปกรณ์น้อย ติดตั้งง่าย และผ่านมาตรฐาน NF C 17-102 จึงเหมาะกับอาคารสูง โรงงาน โกดัง หรือพื้นที่ขนาดใหญ่

ส่วนระบบ Franklin Rod เป็นระบบล่อฟ้าแบบดั้งเดิม เหมาะสำหรับบ้านพักอาศัยหรืออาคารขนาดเล็ก ที่มีพื้นที่ไม่ซับซ้อนและต้องการระบบพื้นฐานทั่วไป

FAQ

Q1: ESE ใช้ได้กับอาคารสูงเท่าไร

A: ระบบ ESE ใช้ได้กับอาคารที่มีความสูงไม่จำกัด แต่ต้องเลือกรุ่นให้เหมาะสม

  • อาคารสูงไม่เกิน 30 เมตรใช้รุ่น 25
  • อาคารสูง 30-60 เมตรใช้รุ่น 40
  • อาคารสูง 60-90 เมตรใช้รุ่น 60
  • อาคารสูงเกิน 90 เมตรต้องใช้รุ่น 60-80 ร่วมกับหลายต้นหรือ Mesh System เพิ่ม

Q2: ระบบ ESE ต้องต่อลงดินกี่จุด?

A: ระบบ ESE 1 หัว ควรมีจุดต่อลงดินอย่างน้อย 2 จุด ตามมาตรฐาน NF C 17-102 จำนวนหลักดินในแต่ละจุดจะขึ้นอยู่กับสภาพดินของหน้างาน โดยปกติมักใช้ประมาณ 2–5 แท่งต่อจุด และค่าความต้านทานรวมควรต่ำกว่า 10 โอห์ม เพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Q3: หัวล่อฟ้า ESE มีอายุการใช้งานกี่ปี?

A: 15–25 ปี ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและเทคโนโลยีภายในของแต่ละรุ่น บางรุ่นมีชิ้นส่วนที่เสื่อมสภาพตามจำนวนครั้งที่รับฟ้าผ่า จึงควรตรวจเช็กสภาพทุกปี และตรวจเพิ่มเติมหลังเกิดฟ้าผ่ารุนแรง รวมถึงเปลี่ยนอุปกรณ์เมื่อครบอายุการใช้งาน

Q4: หัวล่อฟ้า ESE ติดตั้งตรงไหนได้บ้าง?

A: ติดตั้งบนจุดที่สูงที่สุดของอาคาร และหัวล่อฟ้าควรสูงกว่าส่วนบนสุดของอาคารอย่างน้อย 2 เมตร หากอาคารมีหลายโซนหรือหลายปีก อาจต้องติดตั้งหลายจุดเพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด

ไม่ควรติดตั้งบนปล่องไฟ ผนังยิปซัม หรือบริเวณหม้อแปลงไฟฟ้า เพราะต้องเว้นระยะความปลอดภัยตามมาตรฐาน

Q5: ระบบ ESE บริษัทประกันยอมรับไหม?

A: หากติดตั้งตามมาตรฐาน NF C 17-102 และมีวิศวกรรับรอง บริษัทประกันอัคคีภัยส่วนใหญ่สามารถยอมรับได้

หากต้องการระบบล่อฟ้าสำหรับอาคารของคุณ ติดต่อทีมวิศวกร CSK เพื่อสำรวจหน้างานฟรี ประเมินราคา และแนะนำระบบที่เหมาะสมได้ หรือสามารถดูบริการเพิ่มเติมของเราได้ที่ Service


☎️ Tel: 02-583-1441, 065-239-4655

🟢 Line: @cskpower

📬 Email: csk.powertech.office@gmail.com

📘 Facebook: ซีเอสเค เพาเวอร์ เทคโนโลยี จำกัด

อ่านข่าวสารเพิ่มเติม

ค่ากราวด์มาตรฐานต้องไม่เกิน 5 โอห์ม สำหรับระบบป้องกันฟ้าผ่า และไม่เกิน 25 โอห์ม สำหรับระบบไฟฟ้าทั่วไปในอาคารบ้านเรือน ตามมาตรฐานของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.)
27 May 2026
PM หม้อแปลงไฟฟ้าช่วยลดความเสี่ยงการระเบิดได้จริง แต่ไม่ใช่ 100% บทความนี้อธิบายหลักการ สาเหตุที่หม้อแปลงระเบิด วิธีที่ PM ช่วยได้ และข้อจำกัดที่โรงงานควรรู้ก่อนตัดสินใจ
27 May 2026
ระบบสายล่อฟ้าหลักมี 3 แบบ คือ Franklin Rod (แบบดั้งเดิม), Early Streamer Emission หรือ ESE (แบบหัวล่อฟ้าปล่อยประจุล่วงหน้า) และ Faraday Cage (แบบกรงครอบ) แต่ละแบบมีหลักการทำงานต่างกัน เหมาะกับอาคารคนละลักษณะ
27 May 2026
หม้อแปลงเทอร์รอย คือหม้อแปลงแกนวงแหวนที่มีประสิทธิภาพสูงถึง 98-99% สูญเสียพลังงานต่ำ รบกวนสัญญาณน้อย เหมาะกับงานไฟฟ้าที่ต้องการความแม่นยำ
27 May 2026
ตารางราคาหม้อแปลง 50-2,000 kVA ปี 2026 Oil 180,000-220,000 Dry 340,000-410,000 บาท พร้อม 6 ปัจจัยที่ทำให้ราคาต่างกัน
11 May 2026
หม้อแปลง 250 kVA ราคาปี 2026 เริ่ม 180,000-280,000 บาท เทียบสเปก %Z, Efficiency, Insulation Level พร้อมเคสลูกค้าจริง และคู่มือเลือกซื้อจากวิศวกร CSK
8 May 2026