บริภัณฑ์ไฟฟ้า คืออะไร
บริภัณฑ์ไฟฟ้า หมายถึง อุปกรณ์ที่ใช้ในงานไฟฟ้าต่าง ๆ ที่มีบทบาทในการจ่าย การควบคุม และการใช้งานพลังงานไฟฟ้า เช่น ตู้ควบคุมไฟฟ้า เบรกเกอร์ ฟิวส์ สวิตช์ และอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้าอื่น ๆ บริภัณฑ์ไฟฟ้าต้องมีคุณสมบัติที่ปลอดภัยและได้มาตรฐานเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น
บริภัณฑ์ไฟฟ้า มีกี่ประเภท มีอะไรบ้าง
บริภัณฑ์ไฟฟ้าสามารถแบ่งตามระดับแรงดันไฟฟ้าเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่
1. บริภัณฑ์ไฟฟ้าแรงดันสูง (HV Equipment)
แรงดันไฟฟ้าสูงกว่า 36 kV เช่น
- หม้อแปลงไฟฟ้าแรงสูง (High Voltage Transformer): แปลงแรงดันไฟฟ้าสูงให้เป็นแรงดันต่ำ
- ตู้สวิตช์เกียร์และสวิตช์ตัดตอน (Switchgear/Disconnect Switch): ใช้เปิด-ปิดวงจรไฟฟ้า
- เซอร์กิตเบรกเกอร์แรงสูง (HV Circuit Breaker): ป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร
- ฟิวส์แรงสูง (HV HRC Fuses): ใช้ป้องกันหม้อแปลงไฟฟ้าและสายเคเบิล
- สายไฟฟ้าแรงดันสูง (HV Cable): สายที่ออกแบบมาเพื่อส่งผ่านไฟฟ้าแรงดันสูง
- อุปกรณ์วัดค่าและป้องกัน (CT/VT/Lightning Arrester): หม้อแปลงกระแส/แรงดัน และป้องกันจากฟ้าผ่า
2. บริภัณฑ์ไฟฟ้าแรงดันปานกลาง (MV Equipment)
แรงดันไฟฟ้าอยู่ระหว่าง 1 kV ถึง 36 kV เช่น
- กับดักฟ้าผ่า (Lightning Arresters)
- สวิตช์ปลดวงจร (Disconnectors หรือ Disconnecting Switches)
- สวิตช์ต่อลงดิน (Earthing Switches)
- ฟิวส์แรงดันสูง (High Voltage High Rupturing Capacity Fuses)
- สวิตช์สำหรับตัดโหลด (Switch Disconnectors หรือ Load Break Switches)
- หม้อแปลงบริภัณฑ์ (Instrument Transformers)
- รีเลย์ป้องกัน (Protective Relays)
- เซอร์กิตเบรกเกอร์แรงดันปานกลาง (Medium Voltage Circuit Breakers)
- คอนแทกเตอร์แรงดันปานกลาง (Medium Voltage Contactors)
- สวิตช์เกียร์แรงดันปานกลาง (Medium Voltage Switchgears)
- ริงเมนยูนิต (Ring Main Units)
3. บริภัณฑ์ไฟฟ้าแรงดันต่ำ (LV Equipment)
แรงดันไฟฟ้าต่ำกว่า 1 kV เช่น
- เซอร์กิตเบรกเกอร์ (Circuit Breakers)
- ฟิวส์แรงดันต่ำ (LV Fuses)
- แผงจ่ายไฟ (Panelboards)
- บริภัณฑ์เครื่องวัด (Measuring Instruments)
- คอนแทกเตอร์แม่เหล็กไฟฟ้า และ สตาร์ทเตอร์ (Magnetic Contactors And Starters)
- คาปาซิเตอร์ (Capacitors)
- แผงสวิตช์ (Switchboards)
- บัสเวย์ (Busway)
- ชุดเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง (Standby Generator Set)

บริภัณฑ์ไฟฟ้า กฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง
ในประเทศไทยการควบคุมและตรวจสอบบริภัณฑ์ไฟฟ้าต้องเป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานต่าง ๆ เช่น
- พระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511: บริภัณฑ์ไฟฟ้าบางชนิดต้องผ่านการตรวจสอบและมีเครื่องหมาย มอก. (มาตรฐานอุตสาหกรรม) ก่อนนำมาใช้งาน
- พระราชบัญญัติการไฟฟ้าและความปลอดภัย: การติดตั้งบริภัณฑ์ไฟฟ้าต้องสอดคล้องกับกฎหมายความปลอดภัย เช่น การเดินสายไฟต้องได้มาตรฐาน
- กฎหมายเกี่ยวกับวิศวกรรมควบคุม: การติดตั้งระบบไฟฟ้าในบางประเภทอาคารต้องใช้วิศวกรไฟฟ้าในการออกแบบและติดตั้งตามมาตรฐาน
- มาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้า (วสท.): กำหนดแนวทางการติดตั้งและเลือกใช้บริภัณฑ์ไฟฟ้าที่ปลอดภัย
บริภัณฑ์ไฟฟ้า กฎหมาย บทลงโทษหากละเมิด
การไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับบริภัณฑ์ไฟฟ้า เช่น การติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่ตรงตามข้อกำหนดทางความปลอดภัย อาจนำมาซึ่งบทลงโทษทั้งในด้านแพ่งและอาญา โดยเฉพาะในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุหรืออัคคีภัยจากการใช้อุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งมีโทษรุนแรงตามกฎหมายดังนี้
- การละเมิดมาตรฐานอุตสาหกรรม
การใช้บริภัณฑ์ไฟฟ้าที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือไม่มีเครื่องหมาย มอก. อาจทำให้เจ้าของหรือผู้ติดตั้งต้องรับผิดชอบในทางแพ่ง เช่น การฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย หรือถูกปรับตามกฎหมาย
- การละเมิดความปลอดภัย
หากเกิดอุบัติเหตุจากการใช้บริภัณฑ์ไฟฟ้าที่ไม่ปลอดภัย เช่น ไฟฟ้าลัดวงจรที่ทำให้เกิดไฟไหม้ อาจต้องรับผิดชอบทั้งทางแพ่งและทางอาญา
นอกจากนี้ยังมีบทลงโทษสำหรับการกระทำผิดที่รุนแรง เช่น
- การลักลอบใช้ไฟฟ้า, ดัดแปลงมิเตอร์ หรือขโมยสายไฟฟ้า
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (7) กำหนดโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 100,000 บาท หากกระทำผิดในเวลากลางคืน โทษจะเพิ่มเป็นจำคุก 1 ถึง 7 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 140,000 บาท

การตรวจบริภัณฑ์ไฟฟ้า ดีต่ออาคารหรือโรงงานอย่างไร
การตรวจสอบบริภัณฑ์ไฟฟ้าเป็นประจำมีความสำคัญในการป้องกันอุบัติเหตุและการลดความเสี่ยงจากการใช้งานระบบไฟฟ้า
- ป้องกันอุบัติเหตุ: การตรวจสอบสามารถค้นพบความเสี่ยงจากการลัดวงจรหรือความเสื่อมของอุปกรณ์ไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุ
- รักษาความเสถียรของระบบไฟฟ้า: ช่วยให้ระบบไฟฟ้าทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงของไฟดับหรือความเสียหายจากไฟฟ้า
- การสอดคล้องกับกฎหมาย: การตรวจและบำรุงรักษาเป็นไปตามข้อกำหนดความปลอดภัยที่กฎหมายกำหนด
สรุป
บริภัณฑ์ไฟฟ้าเป็นส่วนสำคัญในการทำงานของระบบไฟฟ้าในอาคารและโรงงาน การเลือกใช้และการติดตั้งบริภัณฑ์ไฟฟ้าต้องสอดคล้องกับมาตรฐานและกฎหมายเพื่อความปลอดภัย การตรวจสอบและบำรุงรักษาเป็นประจำจะช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุไฟฟ้าและยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ไฟฟ้า
FAQs
Q: บริภัณฑ์ไฟฟ้า ส่วนใหญ่มีอายุการใช้งานนานแค่ไหน?
A: อายุการใช้งานของบริภัณฑ์ไฟฟ้าขึ้นอยู่กับประเภทและการดูแลรักษา โดยทั่วไปอุปกรณ์ที่มีการบำรุงรักษาดีจะใช้งานได้นานหลายปี แต่ควรตรวจสอบเป็นระยะเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น
Q: บริภัณฑ์ไฟฟ้า มีกี่ประเภท?
A: บริภัณฑ์ไฟฟ้าแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก คือ บริภัณฑ์ไฟฟ้าแรงดันสูง แรงดันปานกลาง และแรงดันต่ำ ตามระดับแรงดันไฟฟ้า
Q: บริภัณฑ์ไฟฟ้าต้องผ่านมาตรฐานอะไรบ้าง?
A: บริภัณฑ์ไฟฟ้าบางชนิดต้องผ่านมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. และตามกฎหมายความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายการไฟฟ้า
Q: การตรวจบริภัณฑ์ไฟฟ้าคืออะไร?
A: การตรวจบริภัณฑ์ไฟฟ้าคือการตรวจสอบสภาพการทำงานและความปลอดภัยของอุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น การตรวจสวิตช์ เบรกเกอร์ หรือหม้อแปลงไฟฟ้า
Q: การตรวจบริภัณฑ์ไฟฟ้ามีประโยชน์อย่างไร?
A: การตรวจบริภัณฑ์ไฟฟ้าช่วยลดความเสี่ยงจากไฟฟ้าลัดวงจรและอุบัติเหตุจากไฟไหม้ รวมทั้งยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ไฟฟ้าในอาคารและโรงงาน
หากคุณกำลังมองหาผู้เชี่ยวชาญด้านการติดตั้งและตรวจสอบบริภัณฑ์ไฟฟ้า บริษัท ซีเอสเค เพาเวอร์ เทคโนโลยี จำกัด พร้อมให้บริการครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบ การติดตั้ง ไปจนถึงการตรวจสอบและบำรุงรักษาตามมาตรฐานสากล ด้วยทีมงานมืออาชีพและประสบการณ์ยาวนานกว่า 16 ปี เรามุ่งมั่นที่จะส่งมอบงานคุณภาพและปลอดภัยในทุกโครงการของคุณ
สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ >> CSK Power Technology
☎️ Tel: 02-583-1441, 065-239-4655
🟢 Line: @cskpower
📬 Email: csk.powertech.office@gmail.com
📘 Facebook: ซีเอสเค เพาเวอร์ เทคโนโลยี จำกัด