ติดต่อผ่าน Email
สอบถามข้อมูลบริการ และปรึกษาฟรี

วิธีต่อสายกราวด์ ลงดิน หรือใช้บริการมืออาชีพ

เผยแพร่เมื่อ:
28 August 2025

วิธีต่อสายกราวด์ ลงดิน (Grounding หรือ Earthing) เป็นขั้นตอนสำคัญในระบบไฟฟ้า เพื่อป้องกันไฟดูด ไฟฟ้ารั่ว หรือฟ้าผ่า โดยเฉพาะในอาคาร บ้าน โรงงาน หรือระบบล่อฟ้า


🛠️ วิธีต่อสายกราวด์ลงดินอย่างถูกต้อง

1. เตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็น

  • สายดิน (Ground Wire): ทองแดงเปลือยหรือสายเขียว-เหลือง ขนาดขึ้นกับโหลด (นิยมใช้ 6–16 mm² สำหรับบ้านทั่วไป)
  • แท่งกราวด์ (Ground Rod): เหล็กชุบสังกะสีหรือทองแดงยาว 2–3 เมตร
  • คีมย้ำ/ Clamp: สำหรับยึดสายดินเข้ากับแท่งกราวด์
  • ค้อน หรือเครื่องตอกแท่งกราวด์
  • น้ำยาเพิ่มความนำไฟฟ้าดิน (Ground Enhancement Compound – GEC) (ถ้าดินต้านทานสูง)

เราคือบริษัท บริการ ต่อสายกราวด์ ลงดิน ดูแล ติดต่อ CSK 082-338-3810 เพื่อข้อมูลเพิ่มเติมและ ราคา เกี่ยวกับ ระบบไฟฟ้าอุตสาหกรรม ติดตั้ง ตรวจสอบ บริการแก้ไข ระบบไฟฟ้าโรงงาน ไฟฟ้าแรงสูง หม้อแปลงไฟฟ้า ตู้เมนไฟฟ้า ระบบแสงสว่าง ระบบป้องกันฟ้าผ่า ระบบป้องกันไฟไหม้ ระบบสายดิน ครบวงจร ในงานอุตสาหกรรม  งานไฟฟ้า อุตสาหกรรม

⚙️ 2. ขั้นตอนการติดตั้งสายกราวด์ลงดิน

🟩 ขั้นตอนที่ 1: เลือกตำแหน่งฝังแท่งกราวด์

  • ห่างจากอาคารประมาณ 1–2 เมตร
  • เลี่ยงพื้นที่แห้ง ดินแข็ง หรือมีหินเยอะ
  • ถ้าดินแห้งมาก อาจใช้วิธีขุดหลุมหรือราดน้ำ

🟩 ขั้นตอนที่ 2: ตอกแท่งกราวด์ลงดิน

  • ตอกให้หัวแท่ง อยู่ต่ำกว่าระดับพื้นดินประมาณ 20–30 ซม.
  • ถ้าเป็นดินแข็ง ตอกไม่ได้ อาจใช้ บ่อกราวด์ หรือ กราวด์เพลท แทน

🟩 ขั้นตอนที่ 3: ต่อสายดินเข้ากับแท่งกราวด์

  • ใช้ แคลมป์ทองแดงหรือแคลมป์เฉพาะทาง ยึดสายดินกับแท่ง
  • ขันแน่น ไม่ให้หลวม และควรบัดกรีหรือย้ำให้แน่นถาวร
  • ถ้าต่อจากระบบล่อฟ้า ใช้สายทองแดง 25–50 mm² หรือมากกว่า

🟩 ขั้นตอนที่ 4: ฝังสายดินเข้าดินและกลบหลุม

  • วางสายดินให้อยู่ใต้ดินลึก 30–60 ซม. เพื่อป้องกันความเสียหาย
  • กลบหลุมให้แน่น หากใช้ GEC ผสมลงดินรอบแท่งด้วย


🧪 3. ทดสอบค่าความต้านทานดิน

วิธีต่อสายกราวด์ ลงดิน
  • ใช้เครื่องวัด Earth Tester วัดค่าความต้านทานดิน
  • ค่า ควรไม่เกิน 10 โอห์ม (ตามมาตรฐานทั่วไป)
    • ระบบฟ้าผ่าหรือโรงงานสำคัญ ควรต่ำกว่า 5 โอห์ม หรือแม้แต่ <1 โอห์ม


❗ ข้อควรระวัง

  • ห้ามใช้ท่อน้ำ ท่อแก๊ส หรือโครงเหล็กที่ไม่ต่อกราวด์เป็นจุดฝังสายดิน
  • หากใช้หลายแท่งกราวด์ ต้อง ต่อรวมด้วยสายดินตัวนำเดียวกัน
  • ควรทำบำรุงรักษาและตรวจวัดค่าความต้านทานทุก 1–2 ปี


📌 ตัวอย่างการใช้งาน

  • บ้านพักอาศัย: ใช้สายทองแดง 6–10 mm² ต่อกับแท่งกราวด์เดียว
  • ระบบไฟฟ้าแรงต่ำในโรงงาน: ใช้สาย 16–35 mm² หรือมากกว่า พร้อมหลายแท่งกราวด์เชื่อมกัน
  • ระบบล่อฟ้า: ต้องต่อกราวด์แยกเฉพาะจากระบบไฟฟ้าภายใน และมีค่าต้านทานต่ำมาก

ความรู้ดีดีจาก การไฟฟ้า

อ่านข่าวสารเพิ่มเติม

ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ คือระบบที่ตรวจจับและดับเพลิงได้เอง ช่วยควบคุมเพลิงตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ลดความเสียหาย โดยใช้สารดับเพลิง เช่น น้ำ ก๊าซ หรือโฟม
27 July 2026
ระบบดับเพลิงพิเศษ คือระบบที่ใช้ก๊าซ โฟม ผงเคมี หรือหมอกน้ำแทนน้ำ เหมาะกับพื้นที่ที่น้ำอาจทำให้อุปกรณ์เสียหายหรือดับไฟไม่ได้มีประสิทธิภาพ
27 July 2026
ระบบดับเพลิง Sprinkler คือระบบที่หัวสปริงเกอร์จะปล่อยน้ำอัตโนมัติเมื่ออุณหภูมิถึงจุดกำหนด โดยทำงานเฉพาะหัวที่อยู่บริเวณเกิดเพลิงไหม้ ไม่ได้ทำงานพร้อมกันทั้งอาคาร ช่วยควบคุมไฟได้รวดเร็ว
27 July 2026
ระบบรักษาความปลอดภัยในอาคารประกอบด้วย CCTV, Access Control, สัญญาณกันขโมย, Fire Alarm และ Intercom เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและลดความเสี่ยงในอาคาร
27 July 2026
บริภัณฑ์ไฟฟ้า คืออุปกรณ์ที่ใช้จ่ายไฟ ควบคุมไฟ และป้องกันระบบไฟฟ้า แบ่ง 3 ระดับ HV-MV-LV อ่านวิธีเลือกใช้ตรงงาน มาตรฐาน วสท. และเกณฑ์ตรวจรับรอง สำหรับอาคารและโรงงาน
25 June 2026
อุปกรณ์ประหยัดพลังงานไฟฟ้ามีหลายประเภท เช่น Capacitor Bank, VFD และหลอดไฟ LED โดยแต่ละชนิดช่วยลดค่าไฟในจุดที่แตกต่างกัน การเลือกติดตั้งให้คุ้มค่าควรพิจารณาจากลักษณะการใช้ไฟฟ้าของหน้างาน
25 June 2026