ติดต่อผ่าน Email
สอบถามข้อมูลบริการ และปรึกษาฟรี

หม้อแปลงขนาดใดเหมาะสม? 5 ขั้นตอนคำนวณจากโหลดจริง 2026

เผยแพร่เมื่อ:
5 May 2026

การเลือก ขนาดหม้อแปลงที่เหมาะสม ควรทำตาม 5 ขั้นตอน คือ รวม kW, หา PF, คำนวณ kVA, คูณ Demand Factor และเผื่อ Safety Margin 20-25% แล้วปัดขึ้นไปหาขนาดมาตรฐาน ก็จะได้หม้อแปลงที่พอดีกับงาน ไม่ใหญ่ไม่เล็กเกินไป

ถ้าคุณกำลังจะติดตั้งหม้อแปลงให้โรงงาน อาคาร หรือโครงการใหม่ แล้วไม่แน่ใจว่าจะเลือกหม้อแปลงขนาดกี่ kVA ถึงจะพอดี ไม่เล็กไปจนไฟตก ไม่ใหญ่เกินจนเสียเงินซื้อเกินจำเป็น

บทความนี้จะอธิบายให้เห็นภาพชัด ว่า ขนาดหม้อแปลงที่เหมาะสม คำนวณจากอะไร ต้องใส่ตัวเลขอะไรเข้าไปบ้าง และมีตัวอย่างจริง 3 กรณี ให้เทียบเคียงได้ทันที

จากที่ทีมวิศวกรของ CSK Power Technology ทำงานติดตั้ง หม้อแปลงไฟฟ้า ให้ลูกค้ามาหลายร้อยโปรเจกต์ เราพบว่าลูกค้าส่วนใหญ่พลาดตอนคำนวณเพียง 2-3 จุดซ้ำ ๆ เช่น ลืมใส่ Demand Factor ลืมเผื่อ Starting Current ของมอเตอร์ หรือเลือกขนาดตามใจชอบโดยไม่ปัดขึ้นไปหาขนาดมาตรฐาน บทความนี้จะช่วยไม่ให้คุณพลาดในจุดเดียวกัน

หม้อแปลงขนาดใดจึงจะเหมาะสม คำนวณอย่างไร?

ขนาดหม้อแปลงที่เหมาะสมคือขนาดที่รองรับโหลดสูงสุดของระบบ บวกกับการเผื่อเผื่อความปลอดภัยประมาณ 20-25% และปัดขึ้นไปหาขนาดมาตรฐานที่ใกล้ที่สุด โดยใช้สูตรพื้นฐาน kVA = kW ÷ Power Factor แล้วคูณด้วย Demand Factor เพื่อให้ได้ค่าการใช้งานจริง ไม่ใช่ยอดรวมสูงสุดบนกระดาษ

ที่ต้องคำนวณแบบนี้ เพราะหม้อแปลงที่เล็กเกินจะร้อนและเสื่อมเร็ว ส่วนหม้อแปลงที่ใหญ่เกินก็ทำให้ค่าไฟฐาน (Demand Charge) สูงขึ้นโดยไม่จำเป็น การเลือกขนาดถูกตั้งแต่แรก จึงช่วยประหยัดทั้งค่าลงทุนและค่าใช้จ่ายระยะยาว

จุดสำคัญ:

สูตรคำนวณขนาดหม้อแปลงแบบรวบรัด คือ "รวม kW ทั้งหมด ÷ Power Factor × Demand Factor + เผื่อ 20-25%" แล้วปัดขึ้นไปหาขนาดมาตรฐาน (เช่น 100, 160, 250, 315, 400, 500, 630, 800, 1000 kVA)

5 ขั้นตอนคำนวณขนาดหม้อแปลงจากโหลดจริง

การคำนวณขนาดหม้อแปลงไม่ใช่การเดาหรือใช้นิ้วคิด แต่เป็นกระบวนการ 5 ขั้นที่วิศวกรใช้กันจริง ๆ ในงานออกแบบ ถ้าคุณทำตามขั้นตอนนี้ครบทุกข้อ โอกาสที่หม้อแปลงจะพอดีกับโหลดและใช้งานได้ยาวนานจะสูงมาก

วิศวกรไฟฟ้าใช้แท็บเล็ตตรวจสอบระบบเพื่อคำนวณหม้อแปลงขนาดที่พอดีกับโหลดไฟฟ้าของอาคารตามขั้นตอนมาตรฐาน

เราจะแบ่งให้เห็นทีละขั้นพร้อมสูตรและความหมายของแต่ละตัวเลข คุณสามารถนำไปใส่ในโปรแกรม Excel หรือเครื่องคิดเลขได้เลย

1. รวมโหลดทั้งหมดเป็น kW

ขั้นแรกคือการทำ Load Schedule หรือตารางรวมโหลดทั้งหมดที่ใช้ไฟจากหม้อแปลงตัวนี้ โดยแบ่งเป็นกลุ่ม เช่น ระบบแสงสว่าง เครื่องปรับอากาศ เครื่องจักร มอเตอร์ ปลั๊กทั่วไป แล้วรวมกำลังเป็น kW ทั้งหมด

ให้ดูจากป้ายบนเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือสเปกของเครื่องจักร แล้วบันทึกค่า kW ของแต่ละตัวลงในตาราง ส่วนเครื่องใช้ที่บอกเป็น W ก็หารด้วย 1,000 เพื่อเปลี่ยนเป็น kW สำหรับโหลดที่บอกเป็น A (แอมป์) ให้ใช้สูตร kW = V × I × PF ÷ 1,000

2. หา Power Factor เฉลี่ย

Power Factor (PF) คือสัดส่วนระหว่างกำลังจริง (kW) กับกำลังปรากฏ (kVA) ยิ่ง PF ใกล้ 1 ยิ่งดี โดยทั่วไปอาคารสำนักงานจะมี PF ประมาณ 0.85-0.9 ส่วนโรงงานที่มีมอเตอร์เยอะ PF อาจอยู่ที่ 0.75-0.85

สำหรับการออกแบบในประเทศไทย ถ้ายังไม่มีข้อมูลจริง ให้สมมติ PF = 0.85 ไว้ก่อน ซึ่งเป็นค่าที่การไฟฟ้ากำหนดเป็นขั้นต่ำที่ผู้ใช้ไฟฟ้าต้องรักษาไว้ ถ้า PF ต่ำกว่านี้จะถูกเรียกเก็บค่าปรับเพิ่ม

3. คำนวณ kVA = kW ÷ PF

เมื่อรู้ kW รวมและ PF แล้ว คำนวณเป็น kVA ได้ด้วยสูตร kVA = kW ÷ PF ค่านี้คือ "ขนาดกำลังปรากฏ" ที่หม้อแปลงต้องรองรับ ซึ่งเป็นหน่วยมาตรฐานที่ใช้บอกขนาดหม้อแปลง

เช่น ถ้าโหลดรวม 170 kW และ PF = 0.85 จะได้ kVA = 170 ÷ 0.85 = 200 kVA ตัวเลข 200 kVA นี้คือโหลดสูงสุดทางไฟฟ้าที่เป็นไปได้ แต่ยังไม่ใช่ขนาดหม้อแปลงที่จะสั่งซื้อ เพราะต้องคูณ Demand Factor และเผื่อ Safety Margin ก่อน

4. คูณ Demand Factor

Demand Factor คือสัดส่วนของโหลดที่ใช้พร้อมกันจริง ๆ เทียบกับโหลดรวมบนกระดาษ เพราะในความเป็นจริง เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกตัวไม่ได้เปิดพร้อมกัน 100% ตลอดเวลา ค่านี้ช่วยให้ไม่ต้องซื้อหม้อแปลงใหญ่เกินจำเป็น

Demand Factor ทั่วไปในประเทศไทย อ้างอิง วสท. (สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย) กำหนดว่า บ้านพักอาศัยประมาณ 0.6-0.7 อาคารสำนักงาน 0.7-0.8 โรงงานอุตสาหกรรม 0.7-0.85 ถ้าไม่มีข้อมูลให้ใช้ 0.75 เป็นค่ากลางไว้ก่อน

5. เพิ่ม Safety Margin 20-25%

สุดท้ายคือการ เผื่อความปลอดภัย หรือ Safety Margin เพราะโหลดในอนาคตมักเพิ่มขึ้น ทั้งจากการขยายธุรกิจ เครื่องใหม่ หรือแอร์เพิ่ม การเผื่อ 20-25% ช่วยให้ไม่ต้องเปลี่ยนหม้อแปลงใหม่ภายใน 5-10 ปีแรก

สูตรรวมจะออกมาเป็น ขนาดหม้อแปลง = (kW ÷ PF) × Demand Factor × 1.20 ถึง 1.25 แล้วปัดขึ้นไปหาขนาดมาตรฐานที่ใกล้ที่สุด ซึ่งจะอธิบายในหัวข้อถัดไป

ตัวอย่างคำนวณขนาดหม้อแปลงจริง 3 กรณี

เพื่อให้เห็นภาพ เรายกตัวอย่างการคำนวณ 3 กรณีที่เจอบ่อย คือหมู่บ้านขนาดเล็ก อาคารสำนักงาน และโรงงานกลาง โดยทุกกรณีใช้สูตรเดียวกัน เปลี่ยนเฉพาะค่า PF และ Demand Factor ตามลักษณะการใช้งาน

การวิเคราะห์กรณีศึกษาเพื่อเลือกหม้อแปลงขนาดต่างๆ ให้เหมาะสมกับอาคารสำนักงานและโรงงานอุตสาหกรรม

ลองเทียบกับโหลดของคุณดู ถ้าใกล้เคียงกรณีไหน ให้ใช้เป็นจุดเริ่มต้นแล้วปรับตัวเลขให้ตรงกับสภาพจริงอีกที

กรณีที่ 1: หมู่บ้านหรืออาคารที่อยู่อาศัย 40 ยูนิต

สมมติบ้านแต่ละหลังใช้ไฟเฉลี่ย 3.5 kW รวมทั้งหมด 40 หลัง ได้โหลดรวม 140 kW

คำนวณ: kVA = 140 ÷ 0.85 (PF บ้าน) = 164.7 kVA → คูณ Demand Factor 0.65 (บ้านพักไม่ได้ใช้พร้อมกัน 100%) = 107 kVA → เผื่อ 25% = 107 × 1.25 = 133.8 kVA → ปัดขึ้นไปขนาดมาตรฐาน = 160 kVA

กรณีที่ 2: อาคารสำนักงาน 5 ชั้น

อาคารสำนักงานรวมแอร์ ไฟ ลิฟต์ ปลั๊ก โหลดรวม 280 kW

คำนวณ: kVA = 280 ÷ 0.85 = 329.4 kVA → คูณ Demand Factor 0.75 = 247 kVA → เผื่อ 25% = 247 × 1.25 = 308.8 kVA → ปัดขึ้นไปขนาดมาตรฐาน = 315 kVA

กรณีที่ 3: โรงงานขนาดกลางที่มีมอเตอร์หลายตัว

โรงงานรวมไฟส่องสว่าง เครื่องจักร มอเตอร์ 50 แรง 4 ตัว รวมโหลด 420 kW

คำนวณ: kVA = 420 ÷ 0.80 (PF โรงงานต่ำกว่าเพราะมีมอเตอร์) = 525 kVA → คูณ Demand Factor 0.85 = 446 kVA → เผื่อ 20% = 446 × 1.20 = 535.5 kVA → ปัดขึ้นไปขนาดมาตรฐาน = 630 kVA

Tips:

ถ้ามีมอเตอร์ขนาดใหญ่ที่สตาร์ทบ่อย (> 30 kW ต่อตัว) ให้เพิ่ม Safety Margin เป็น 30-35% แทน เพราะกระแสสตาร์ท (Starting Current) อาจสูงถึง 5-7 เท่าของกระแสพิกัดในช่วงเวลาสั้น ๆ

ข้อควรระวัง Starting Current ของมอเตอร์

สิ่งที่วิศวกรมือใหม่พลาดบ่อยที่สุดคือการลืมนึกถึง Starting Current หรือกระแสตอนสตาร์ทของมอเตอร์ ซึ่งสูงกว่ากระแสพิกัดปกติ 5-7 เท่า ถ้าในระบบมีมอเตอร์ขนาดใหญ่ที่สตาร์ทบ่อย ขนาดหม้อแปลงที่คำนวณจากโหลดเฉลี่ยอาจไม่พอ

ถ้ามอเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดในระบบมีขนาดเกิน 10% ของขนาดหม้อแปลงที่คำนวณได้ ให้พิจารณาติดตั้ง Soft Starter หรือ VFD (Variable Frequency Drive) เพื่อลดกระแสสตาร์ท หรือไม่ก็เพิ่มขนาดหม้อแปลงให้ใหญ่ขึ้นอีก 1 ขั้น

ข้อควรระวัง:

หม้อแปลงขนาดเล็กเกินไปจะร้อน เกิด Hot Spot และฉนวนเสื่อมเร็วกว่าอายุใช้งานปกติ 20-30 ปี ลดเหลือเพียง 5-10 ปี ส่วนใหญ่เสียหายจนต้องเปลี่ยนทั้งลูก ซึ่งแพงกว่าซื้อขนาดที่เผื่อไว้พอดีตั้งแต่แรกหลายเท่า

ทีมวิศวกรตรวจสอบการสตาร์ทมอเตอร์เพื่อคำนวณเผื่อหม้อแปลงขนาดใหญ่ขึ้นป้องกันปัญหา Starting Current

สิ่งที่คุณต้องเตรียมเพื่อให้เราคำนวณได้ถูกต้อง คือ รายการโหลดทั้งหมด (Load Schedule) ประเภทของอาคาร (บ้าน สำนักงาน โรงงาน ห้าง) และแผนการขยายธุรกิจในอนาคต 5-10 ปีข้างหน้า ถ้าคุณเป็นอาคารที่มีมอเตอร์หรือเครื่องจักร ขอสเปกของเครื่องที่ใหญ่ที่สุดด้วย

สรุป

การเลือก ขนาดหม้อแปลงที่เหมาะสม ไม่ใช่เรื่องซับซ้อน ถ้าคุณทำตาม 5 ขั้นตอน คือรวม kW, หา PF, คำนวณ kVA, คูณ Demand Factor และเผื่อ Safety Margin 20-25% แล้วปัดขึ้นไปหาขนาดมาตรฐาน ก็จะได้หม้อแปลงที่พอดีกับงาน ไม่ใหญ่ไม่เล็กเกินไป

ถ้าอยากเข้าใจประเภทหม้อแปลงและขนาดที่มีขายในประเทศไทยเพิ่มเติม แนะนำให้อ่านบทความ ข้อมูลหม้อแปลง 3 เฟส ประกอบกัน จะช่วยให้เห็นภาพรวมทั้งระบบได้ชัดขึ้น

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1: ถ้าไม่รู้ Power Factor ของอาคาร ควรใส่เท่าไร?

A: ถ้ายังไม่มีข้อมูลจริง ให้ใช้ PF = 0.85 เป็นค่าเริ่มต้น ซึ่งเป็นค่าที่การไฟฟ้ากำหนดเป็นขั้นต่ำ หรือถ้าเป็นโรงงานที่มีมอเตอร์เยอะให้ลดลงเป็น 0.80

Q2: หม้อแปลงใหญ่เกินมีผลเสียอะไรไหม?

A: มีผลเสีย 2 ข้อหลัก คือค่าไฟฐาน (Demand Charge) สูงขึ้น และ No-Load Loss (การสูญเสียตอนไม่มีโหลด) สูงขึ้นตามไปด้วย หม้อแปลงที่มีขนาดใหญ่กว่าโหลดจริง 2 เท่าขึ้นไป ถือว่าไม่คุ้มค่า

Q3: Demand Factor หาได้จากที่ไหน?

A: ถ้ามีมิเตอร์การไฟฟ้าติดตั้งอยู่แล้ว สามารถดูค่า kW สูงสุด (Peak Demand) ย้อนหลัง 12 เดือนได้ ถ้ายังไม่มี ให้ใช้ค่ามาตรฐานของ วสท. คือบ้านพัก 0.6-0.7, สำนักงาน 0.7-0.8, โรงงาน 0.75-0.85

Q4: ขนาดหม้อแปลง 3 เฟส 200 kVA เหมาะกับอะไร?

A: ขนาด 200 kVA เหมาะกับหมู่บ้านขนาดกลาง 40-50 หลัง ร้านค้าขนาดกลาง หรือโรงงานเล็กที่มีโหลด 150-170 kW ถ้ายังไม่เคยใช้งานขนาดนี้ ควรให้วิศวกรช่วยตรวจสอบตามโหลดจริง

Q5: ติดตั้งหม้อแปลงใช้เวลานานแค่ไหน?

A: การติดตั้งหม้อแปลงขนาด 100-500 kVA ใช้เวลาประมาณ 3-5 วันทำการ ขึ้นอยู่กับความพร้อมของพื้นที่ ระบบกราวด์ และการประสานงานกับการไฟฟ้าในขั้นตอน Commissioning

ถ้าอยากได้วิศวกรช่วยคำนวณหม้อแปลงฟรี ทีมงาน CSK Power Technology ยินดีช่วยคำนวณขนาดหม้อแปลงที่เหมาะกับโหลดของคุณโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เรามีวิศวกร กว. (ผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรม) พร้อมให้คำปรึกษา และมีประสบการณ์ติดตั้งหม้อแปลงตั้งแต่ขนาด 50 kVA ไปจนถึง 2,500 kVA ติดต่อเราตอนนี้ หรือดูบริการของเราเพิ่มเติม


☎️ Tel: 02-583-1441, 065-239-4655

🟢 Line: @cskpower

📬 Email: csk.powertech.office@gmail.com

📘 Facebook: ซีเอสเค เพาเวอร์ เทคโนโลยี จำกัด

 

อ่านข่าวสารเพิ่มเติม

ตารางราคาหม้อแปลง 50-2,000 kVA ปี 2026 Oil 180,000-220,000 Dry 340,000-410,000 บาท พร้อม 6 ปัจจัยที่ทำให้ราคาต่างกัน
11 May 2026
หม้อแปลง 250 kVA ราคาปี 2026 เริ่ม 180,000-280,000 บาท เทียบสเปก %Z, Efficiency, Insulation Level พร้อมเคสลูกค้าจริง และคู่มือเลือกซื้อจากวิศวกร CSK
8 May 2026
หม้อแปลงแรงดัน (PT/VT) คือหม้อแปลงสำหรับลดแรงดันสูงให้ต่ำ เพื่อใช้วัดและป้องกันระบบไฟฟ้า ดูสเปก Ratio มาตรฐาน ชนิด และวิธีเลือกซื้อ
6 May 2026
วิธีเลือกขนาดหม้อแปลงไฟฟ้าให้เหมาะกับโหลด ด้วย 5 ขั้นตอนคำนวณแบบวิศวกร พร้อมสูตร ตัวอย่างจริง และขนาดมาตรฐาน
5 May 2026
ขนาดหม้อแปลงไฟฟ้า 3 เฟสมีตั้งแต่ 25 kVA ถึง 2,500 kVA พร้อมตารางมาตรฐาน สูตรคำนวณ และตัวอย่างเลือกขนาดจริงสำหรับอาคารและโรงงาน
28 April 2026
หากคุณเป็นวิศวกรไฟฟ้า เจ้าของโรงงาน หรือผู้บริหารสถานที่อุตสาหกรรม คุณคงเป็นหนึ่งในผู้ที่ต้องจัดการกับระบบไฟฟ้าแรงสูง (High Voltage)
27 April 2026