ติดต่อผ่าน Email
สอบถามข้อมูลบริการ และปรึกษาฟรี

ขนาดหม้อแปลงไฟฟ้า 3 เฟส มีกี่ขนาด คู่มือเลือกจากวิศวกรจริง 2026

เผยแพร่เมื่อ:
28 April 2026

ขนาดหม้อแปลง 3 เฟส ที่ขายในไทยมี 13 ขนาดมาตรฐาน ตั้งแต่ 25 kVA ถึง 2,500 kVA ถ้าคุณกำลังจะติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้า 3 เฟส ให้อาคาร โรงงาน หรือโครงการใหม่ แล้วอยากรู้ว่าขนาดมาตรฐานมีกี่แบบ ควรเลือกตัวไหนให้พอดีกับโหลด

บทความนี้จะสรุปให้ชัด ทั้งตารางขนาดที่ขายในไทย สูตรคำนวณจาก kW เป็น kVA ตัวอย่างเลือกขนาดจริง 3 กรณี และยี่ห้อที่วิศวกรนิยมใช้งาน

จากที่ทีมงาน CSK Power Technology ออกแบบและติดตั้ง หม้อแปลงไฟฟ้า ให้ลูกค้ามากว่าหลายร้อยโปรเจกต์ เราพบว่าลูกค้าส่วนใหญ่พลาดตั้งแต่การเลือกขนาด เพราะไปดูแค่ kW ของโหลด แล้วเลือกหม้อแปลงที่ใกล้เคียง ไม่ได้คิดถึง Power Factor, Demand Factor, และการเผื่อโตในอนาคต บทความนี้จะช่วยให้คุณไม่ต้องพลาดเหมือนกัน

หม้อแปลง 3 เฟส คืออะไร ต่างจาก 1 เฟสอย่างไร?

หม้อแปลงไฟฟ้า 3 เฟส คือหม้อแปลงที่รับไฟเข้าและจ่ายไฟออกเป็น 3 เฟส (L1, L2, L3) พร้อมสายนิวทรัล (N) ใช้สำหรับโหลดขนาดกลางขึ้นไป ตั้งแต่ 25 kVA ไปจนถึง 2,500 kVA ในขณะที่หม้อแปลง 1 เฟสมีขนาดจำกัดที่ประมาณ 5-50 kVA และใช้ในบ้านพักอาศัยหรือร้านค้าเล็ก

วิศวกรไฟฟ้าตรวจสอบการทำงานของหม้อแปลงไฟฟ้า 3 เฟส ภายในตู้คอนโทรลเพื่อประเมินขนาด kVA ที่เหมาะสมกับโหลดการใช้งาน

ข้อแตกต่างหลักคือหม้อแปลง 3 เฟสจ่ายไฟได้มากกว่า เพราะกระจายโหลดออก 3 เฟส ทำให้กระแสต่อเฟสน้อยกว่า สายไฟเล็กกว่า และเหมาะกับการใช้งานกับมอเตอร์ เครื่องจักร หรือระบบแอร์ขนาดใหญ่ นี่คือเหตุผลที่โรงงาน อาคารสำนักงาน และหมู่บ้านต้องใช้ 3 เฟสเกือบทั้งหมด

จุดสำคัญ:

ขนาดหม้อแปลง 3 เฟสที่ขายในไทยมีทั้งหมด 13 ขนาดมาตรฐาน ตั้งแต่ 25 kVA ไปจนถึง 2,500 kVA โดยกำหนดตามมาตรฐาน มอก. 384-2543 และ IEC 60076 ใช้แรงดันด้านต่ำ 400V และแรงดันด้านสูง 22 kV หรือ 24 kV ตามระบบของการไฟฟ้าในพื้นที่

ตารางขนาดมาตรฐานหม้อแปลง 3 เฟส ในประเทศไทย

ขนาดหม้อแปลง 3 เฟสที่ผลิตและขายในไทยถูกกำหนดโดย มอก. 384-2543 ซึ่งอ้างอิงจากมาตรฐานสากล IEC 60076 ใน 1 ระดับกำลังจะมีขนาดเฉพาะที่ผลิตกัน ไม่ใช่ทุกตัวเลขที่คุณคิดจะหาซื้อได้ คุณต้องปัดขึ้นไปหาขนาดถัดไปที่ใกล้ที่สุด

ตารางด้านล่างคือขนาดมาตรฐานทั้ง 13 ขนาด พร้อมกระแสด้าน LV ที่ 400V และแนวทางการใช้งานจริงที่พบบ่อยในประเทศไทย

ขนาด (kVA) กระแส LV (A) @400V เหมาะสำหรับ
25 36 ร้านค้าขนาดเล็ก, บ้านพัก (ระบบ 3 เฟส)
50 72 หมู่บ้านขนาดเล็ก 10–15 หลัง, ร้านอาหาร
100 144 อาคารพาณิชย์ 2–3 ชั้น, หมู่บ้านขนาดกลาง
160 231 หมู่บ้าน 30–40 หลัง, โรงงานขนาดเล็ก
250 361 สำนักงาน 3–4 ชั้น, โรงแรมขนาดเล็ก
315 455 อาคารสำนักงาน 5–6 ชั้น, ห้างขนาดเล็ก
500 722 โรงงานขนาดกลาง, อพาร์ตเมนต์
630 910 โรงงานกลาง–ใหญ่, คอนโดขนาดกลาง
1,000 1,443 โรงงานใหญ่, โรงแรมใหญ่, ศูนย์การค้า
1,250 1,804 โครงการขนาดใหญ่, นิคมอุตสาหกรรม
1,500 2,165 โรงงานอุตสาหกรรมหนัก
2,000 2,887 ตึกสูง, ศูนย์ข้อมูล (Data Center)
2,500 3,608 โรงงานขนาดใหญ่มาก, โครงการเมกะโปรเจกต์

ขนาดเหล่านี้หม้อแปลงทุกยี่ห้อในไทยจะผลิตตาม ถ้าคุณคำนวณโหลดออกมาแล้วได้ 270 kVA ให้ปัดขึ้นไปหา 315 kVA ไม่ใช่สั่งทำ 280 kVA เพราะไม่มีใครผลิตขายและเสียเวลารอ

สูตรคำนวณขนาดหม้อแปลง 3 เฟสจาก kW เป็น kVA

การหาขนาดหม้อแปลงที่เหมาะสม ต้องแปลงโหลดจาก kW (กำลังจริง) เป็น kVA (กำลังปรากฏ) เพราะขนาดหม้อแปลงกำหนดเป็น kVA โดยใช้สูตรพื้นฐานคือ kVA = kW ÷ Power Factor จากนั้นคูณ Demand Factor และเผื่อ Safety Margin อีก 20-25%

ตัวเลขแต่ละตัวมีความหมายและค่าแนะนำที่ต้องใช้ให้ถูก ถ้าใส่ผิดจะได้ขนาดที่ผิดทั้งหมด เรามาดูรายละเอียดทีละตัว

1. Power Factor (PF)

Power Factor คือสัดส่วนกำลังจริงต่อกำลังปรากฏ ถ้า PF = 1 หมายถึงใช้ไฟเต็มประสิทธิภาพ ถ้า PF ต่ำจะใช้ไฟไม่คุ้ม ค่าทั่วไปของอาคารในไทยคือ 0.85-0.9 ส่วนโรงงานที่มีมอเตอร์เยอะ PF อาจอยู่ที่ 0.75-0.85

ถ้าไม่รู้ค่าจริง ให้ใช้ PF = 0.85 เป็นค่าเริ่มต้น เพราะเป็นค่าที่การไฟฟ้ากำหนดขั้นต่ำ ถ้าต่ำกว่านี้จะถูกเรียกเก็บค่าปรับ

2. Demand Factor (DF)

Demand Factor คือสัดส่วนของโหลดที่ใช้พร้อมกันจริงเทียบกับโหลดรวมบนกระดาษ เพราะในทางปฏิบัติ เครื่องใช้ไฟไม่ได้เปิดพร้อมกันทั้งหมด 100% ตลอดเวลา ค่านี้ช่วยลดขนาดหม้อแปลงที่ต้องสั่งซื้อ

ตามมาตรฐาน วสท. (สมาคมวิศวกรรมสถาน) กำหนด Demand Factor สำหรับบ้านพัก 0.6-0.7 สำนักงาน 0.7-0.8 โรงงาน 0.7-0.85 ถ้าไม่มีข้อมูลให้ใช้ DF = 0.75 เป็นค่ากลาง

3. Safety Margin 20-25%

สุดท้ายต้องเผื่อการเติบโตในอนาคต อย่างน้อย 20-25% เพราะโหลดมักเพิ่มจากการขยายธุรกิจ ซื้อเครื่องใหม่ หรือติดแอร์เพิ่ม การเผื่อล่วงหน้าจะช่วยให้ไม่ต้องเปลี่ยนหม้อแปลงใหม่ใน 5-10 ปีแรก

สูตรรวมคือ: ขนาดหม้อแปลง (kVA) = (kW รวม ÷ PF) × DF × 1.20 ถึง 1.25 แล้วปัดขึ้นไปหาขนาดมาตรฐาน

ตัวอย่างเลือกขนาดหม้อแปลง 3 เฟส จริง 3 กรณี

เพื่อให้เห็นภาพชัด ลองดู 3 กรณีที่ CSK เจอบ่อยในโปรเจกต์ลูกค้า คืออาคารพาณิชย์ โรงงานขนาดกลาง และคอนโดมิเนียม ทุกกรณีใช้สูตรเดียวกัน เปลี่ยนเฉพาะค่า PF กับ DF ตามลักษณะงาน

ลองเทียบกับโหลดของคุณว่าใกล้เคียงกรณีไหน แล้วใช้เป็นจุดเริ่มต้นก่อนปรับตัวเลขให้ตรงจริง

อาคารโรงงานอุตสาหกรรมขนาดกลางที่จำเป็นต้องเลือกขนาดหม้อแปลงไฟฟ้า 3 เฟส ให้ครอบคลุมโหลดเครื่องจักรและระบบปรับอากาศ

กรณีที่ 1: อาคารพาณิชย์ 3 ชั้น

อาคารพาณิชย์รวมไฟ แอร์ ลิฟต์ ปลั๊กทั่วไป โหลดรวม 120 kW

การคำนวณ: kVA = 120 ÷ 0.85 = 141 kVA → คูณ DF 0.75 = 106 kVA → เผื่อ 25% = 132.5 kVA → ปัดขึ้น = 160 kVA

กรณีที่ 2: โรงงานผลิตขนาดกลาง

โรงงานมีมอเตอร์รวม 15 ตัว ไฟส่องสว่าง แอร์สำนักงาน โหลดรวม 380 kW

การคำนวณ: kVA = 380 ÷ 0.80 (PF ต่ำกว่าเพราะมอเตอร์เยอะ) = 475 kVA → คูณ DF 0.85 = 404 kVA → เผื่อ 20% = 485 kVA → ปัดขึ้น = 500 kVA

กรณีที่ 3: คอนโดมิเนียม 15 ชั้น 120 ยูนิต

คอนโดรวมแอร์ ปลั๊กในห้อง ไฟสาธารณะ ลิฟต์ โหลดรวม 720 kW

การคำนวณ: kVA = 720 ÷ 0.85 = 847 kVA → คูณ DF 0.7 (ที่พักอาศัยไม่ได้ใช้พร้อมกันเต็ม) = 593 kVA → เผื่อ 25% = 741 kVA → ปัดขึ้น = 1,000 kVA

Tips:

ถ้าโรงงานมีมอเตอร์ขนาดใหญ่ที่สตาร์ทบ่อย (> 30 kW ต่อตัว) ให้เพิ่ม Safety Margin เป็น 30-35% เพราะ Starting Current ของมอเตอร์สูงถึง 5-7 เท่าของกระแสพิกัด ทำให้แรงดันตกชั่วขณะ

ข้อควรระวัง อย่าเลือกใหญ่เกินหรือเล็กเกินไป

เจ้าของโปรเจกต์หลายคนคิดว่า "ซื้อใหญ่ไว้ก่อนดีกว่า เผื่ออนาคต" แต่ในทางเทคนิคแล้ว หม้อแปลงที่ใหญ่เกินจริงมีปัญหาไม่น้อย เช่นเดียวกับหม้อแปลงที่เล็กเกิน ทั้งสองกรณีล้วนเสียเงินและเสียเวลา

ลองดูว่าการเลือกผิดแต่ละทางมีผลเสียอะไรบ้าง

ถ้าเลือกขนาดใหญ่เกินไป

ค่าไฟฐาน (Demand Charge) จะสูงขึ้นเพราะคำนวณจากขนาดหม้อแปลง ไม่ใช่โหลดจริง ในส่วนของการไฟฟ้าจะเก็บค่าไฟฟ้าฐานรายเดือนจากขนาดหม้อแปลง ถ้าซื้อ 1,000 kVA แต่ใช้จริง 300 kVA คุณจะจ่ายฐานของ 1,000 kVA ทุกเดือน

นอกจากนี้ No-Load Loss (การสูญเสียเมื่อไม่มีโหลด) จะสูงขึ้นตามขนาดหม้อแปลงด้วย ทำให้เสียไฟฟรี ๆ ทุกวินาทีที่หม้อแปลงเปิดอยู่ แม้ไม่มีใครใช้ไฟเลย

สถานีไฟฟ้าสำรองที่แสดงให้เห็นความสำคัญของการเลือกขนาดหม้อแปลงไฟฟ้า 3 เฟส เพื่อลดค่า Demand Charge และ No-Load Loss

ถ้าเลือกขนาดเล็กเกินไป

หม้อแปลงจะร้อนตลอดเวลา เพราะทำงานใกล้พิกัด 100% เป็นประจำ ทำให้เกิด Hot Spot ในขดลวดและฉนวนเสื่อมเร็วกว่าที่ควร อายุใช้งานปกติ 20-30 ปี อาจลดเหลือเพียง 5-10 ปี

ผลเสียอีกข้อคือเมื่อมีโหลดสูงสุดพร้อมกัน (Peak Load) แรงดันจะตก ระบบไฟฟ้าไม่เสถียร เครื่องจักรอาจทริป ไฟดับชั่วคราว ซึ่งเสียหายมากในโรงงานที่ต้องเดินเครื่องต่อเนื่อง

ข้อควรระวัง:

ห้ามใช้หม้อแปลงเกิน 80% ของพิกัดตลอดเวลา เพราะจะทำให้อายุใช้งานลดลงครึ่งหนึ่ง ช่วง 70-80% คือจุดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับประสิทธิภาพและความทนทาน ถ้าโหลดเกินนี้บ่อย ๆ ควรเปลี่ยนเป็นขนาดถัดไปทันที

ยี่ห้อหม้อแปลง 3 เฟสที่นิยมใช้ในไทย

ตลาดหม้อแปลงไฟฟ้าในประเทศไทยมีผู้ผลิตทั้งในและต่างประเทศ ที่พบบ่อยในโปรเจกต์อุตสาหกรรมและอาคารสำนักงานคือยี่ห้อที่ผ่านมาตรฐาน มอก. และมีบริการหลังการขายที่เชื่อถือได้

1. ยี่ห้อไทย

Ekarat Engineering, Thai-Maxwell, Thai Electric Corporation คือผู้ผลิตหลักในประเทศที่ผลิตหม้อแปลงตั้งแต่ 25 kVA ไปจนถึง 2,500 kVA ราคาเหมาะสม ส่งมอบเร็ว (2-4 สัปดาห์) และมีอะไหล่พร้อมสำหรับการบำรุงรักษา

ยี่ห้อไทยเหมาะกับโปรเจกต์งบกลาง-ล่าง หรืองานที่ต้องการปรับสเปกพิเศษตามต้องการ ข้อดีอีกข้อคือช่างไทยคุ้นกับการซ่อมยี่ห้อเหล่านี้

2. ยี่ห้อนำเข้า

ABB, Schneider Electric, Siemens, Hitachi เป็นยี่ห้อระดับโลกที่นิยมในโปรเจกต์ใหญ่ ตึกสูง ศูนย์ข้อมูล และโรงงานมัลติเนชั่นแนล ราคาสูงกว่ายี่ห้อไทย 30-50% แต่ประสิทธิภาพและความทนทานก็สูงกว่า

หม้อแปลงนำเข้ามักมี Efficiency Class สูงกว่า (Eco Design Tier 2 หรือ Tier 3) ซึ่งช่วยประหยัดค่าไฟในระยะยาวสำหรับโรงงานที่ใช้ไฟเยอะ

สรุป

ขนาดหม้อแปลง 3 เฟส ที่ขายในไทยมี 13 ขนาดมาตรฐาน ตั้งแต่ 25 kVA ถึง 2,500 kVA การเลือกให้ถูกต้องใช้สูตร kVA = (kW ÷ PF) × DF × 1.20-1.25 แล้วปัดขึ้นไปหาขนาดมาตรฐาน ถ้าเลือกเล็กไปจะเสื่อมเร็ว ถ้าเลือกใหญ่ไปจะเสียค่าไฟฐาน

อ่านบทความ วิธีเลือกขนาดหม้อแปลงจากโหลดจริง และ ข้อมูลหม้อแปลง 3 เฟสแบบละเอียด เพิ่มเติม เพื่อให้เข้าใจขั้นตอนคำนวณและเลือกยี่ห้อได้ครบถ้วน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1: หม้อแปลง 3 เฟสขนาดที่เล็กที่สุดคือเท่าไร?

A: ขนาดเล็กที่สุดที่ผลิตเป็นมาตรฐานคือ 25 kVA ส่วนต่ำกว่านี้มีแต่ส่วนใหญ่ต้องสั่งทำพิเศษ ไม่คุ้มเพราะราคาไม่ต่างจาก 25 kVA มาก

Q2: หม้อแปลง 3 เฟส 500 kVA ราคาประมาณเท่าไร?

A: ราคาหม้อแปลง 500 kVA ยี่ห้อไทยประมาณ 350,000-500,000 บาท ส่วนยี่ห้อนำเข้า (ABB, Siemens) ประมาณ 600,000-900,000 บาท ราคาอาจเปลี่ยนตามสเปกและ Efficiency Class

Q3: เลือกขนาดหม้อแปลงเผื่ออนาคตแค่ไหน?

A: แนะนำเผื่อ 20-25% เป็นค่าเริ่มต้น ถ้าธุรกิจมีแผนขยายชัดเจนใน 5 ปี ให้เผื่อ 30-40% แต่ไม่ควรเผื่อเกิน 50% เพราะจะทำให้ No-Load Loss สูงและค่าไฟฐานแพง

Q4: หม้อแปลง 3 เฟส 1,000 kVA ติดตั้งได้ที่ไหน?

A: ต้องติดตั้งในลานหม้อแปลงแบบกลางแจ้ง หรือห้องหม้อแปลงที่มีระบบระบายอากาศ พื้นที่ต้องไม่น้อยกว่า 3×4 เมตร มีรั้วรอบขอบชิด มีระบบดับเพลิง และกันสัตว์เข้า

Q5: ระหว่างหม้อแปลง Oil Type กับ Dry Type ควรเลือกไหนดี?

A: Oil Type ราคาถูกกว่า 30% แต่ต้องติดตั้งกลางแจ้งเท่านั้น Dry Type ราคาสูงกว่าแต่ติดตั้งในตัวอาคารได้ ปลอดภัยจากไฟไหม้ เหมาะกับตึกสูง คอนโด และพื้นที่แคบ


ถ้าคุณต้องการคำปรึกษาเรื่อง ขนาดหม้อแปลงไฟฟ้า 3 เฟส ทีมงาน CSK Power Technology ให้บริการคำนวณและเสนอสเปกฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย เรามีวิศวกร กว. (ผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรม) และประสบการณ์ติดตั้งหม้อแปลงครบทุกขนาด ตั้งแต่ 25 kVA ไปจนถึง 2,500 kVA

สิ่งที่ต้องเตรียมให้เรา คือ Load Schedule (รายการโหลดทั้งหมด) ประเภทอาคาร (บ้าน สำนักงาน โรงงาน) สเปกเครื่องจักรที่ใหญ่ที่สุด และแผนขยายในอนาคต 5-10 ปี ข้อมูลครบถ้วน จะช่วยให้ CSK เสนอขนาดที่เหมาะที่สุด ไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป


ถ้ามีคำถามเพิ่มเติมหรืออยากให้วิศวกรช่วยคำนวณขนาดหม้อแปลงฟรี ติดต่อ CSK Power Technology ได้ที่


☎️ Tel: 02-583-1441, 065-239-4655

🟢 Line: @cskpower

📬 Email: csk.powertech.office@gmail.com

📘 Facebook: ซีเอสเค เพาเวอร์ เทคโนโลยี จำกัด

 

อ่านข่าวสารเพิ่มเติม

ตารางราคาหม้อแปลง 50-2,000 kVA ปี 2026 Oil 180,000-220,000 Dry 340,000-410,000 บาท พร้อม 6 ปัจจัยที่ทำให้ราคาต่างกัน
11 May 2026
หม้อแปลง 250 kVA ราคาปี 2026 เริ่ม 180,000-280,000 บาท เทียบสเปก %Z, Efficiency, Insulation Level พร้อมเคสลูกค้าจริง และคู่มือเลือกซื้อจากวิศวกร CSK
8 May 2026
หม้อแปลงแรงดัน (PT/VT) คือหม้อแปลงสำหรับลดแรงดันสูงให้ต่ำ เพื่อใช้วัดและป้องกันระบบไฟฟ้า ดูสเปก Ratio มาตรฐาน ชนิด และวิธีเลือกซื้อ
6 May 2026
วิธีเลือกขนาดหม้อแปลงไฟฟ้าให้เหมาะกับโหลด ด้วย 5 ขั้นตอนคำนวณแบบวิศวกร พร้อมสูตร ตัวอย่างจริง และขนาดมาตรฐาน
5 May 2026
ขนาดหม้อแปลงไฟฟ้า 3 เฟสมีตั้งแต่ 25 kVA ถึง 2,500 kVA พร้อมตารางมาตรฐาน สูตรคำนวณ และตัวอย่างเลือกขนาดจริงสำหรับอาคารและโรงงาน
28 April 2026
หากคุณเป็นวิศวกรไฟฟ้า เจ้าของโรงงาน หรือผู้บริหารสถานที่อุตสาหกรรม คุณคงเป็นหนึ่งในผู้ที่ต้องจัดการกับระบบไฟฟ้าแรงสูง (High Voltage)
27 April 2026