ติดต่อผ่าน Email
สอบถามข้อมูลบริการ และปรึกษาฟรี

การออกแบบ ระบบป้องกันฟ้าผ่า ตามมาตรฐาน iec 62305

เผยแพร่เมื่อ:
28 August 2025

การออกแบบ ระบบป้องกันฟ้าผ่า ตามมาตรฐาน IEC 62305 คืออะไร

การออกแบบระบบป้องกันฟ้าผ่า ตามมาตรฐาน IEC 62305 คือแนวทางในการป้องกันความเสียหายต่ออาคาร บุคลากร และระบบไฟฟ้า-อิเล็กทรอนิกส์จากฟ้าผ่า ด้วยขั้นตอนประเมินความเสี่ยง ออกแบบ ติดตั้ง และบำรุงรักษาอย่างเป็นระบบ

หลักการสำคัญของมาตรฐาน IEC 62305

มาตรฐาน IEC 62305 เป็นเอกสารหลักระดับสากลสำหรับการออกแบบระบบป้องกันฟ้าผ่า (LPS) ครอบคลุมตั้งแต่การประเมินความเสี่ยง การออกแบบ ติดตั้ง และป้องกันอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

  • IEC 62305-1: หลักการทั่วไปเกี่ยวกับฟ้าผ่า

แนะนำประเภทของฟ้าผ่า ผลกระทบต่ออาคาร บุคคล และอุปกรณ์ พร้อมหลักการป้องกันพื้นฐาน

  • IEC 62305-2: การประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment)

ประเมินความเสี่ยงของอาคารจากฟ้าผ่าและผลกระทบทางเศรษฐกิจ สาธารณะ และความเสียหายต่อชีวิต เพื่อกำหนดระดับการป้องกันที่เหมาะสม

  • IEC 62305-3: การป้องกันโครงสร้างและบุคคล

แนะนำการออกแบบระบบป้องกันภายนอก (ตัวล่อฟ้า Down Conductor ระบบกราวด์) และภายใน (Bonding/Separation) เพื่อป้องกันความเสียหายต่ออาคารและผู้คน

  • IEC 62305-4: การป้องกันอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

อธิบายการติดตั้งและบำรุงรักษา SPD และแบ่งพื้นที่เป็นโซนความเสี่ยง (LPZ) เพื่อลดแรงดันกระชากและป้องกันอุปกรณ์สำคัญ

องค์ประกอบของระบบป้องกันฟ้าผ่า (LPS)

1) ระบบป้องกันฟ้าผ่าภายนอก (External LPS)

ระบบนี้มีหน้าที่ นำกระแสฟ้าผ่าลงดินอย่างปลอดภัย เพื่อป้องกันความเสียหายต่อโครงสร้างและบุคคล

  • Air Termination System (ตัวล่อฟ้า)

ทำหน้าที่รับฟ้าผ่าและป้องกันไม่ให้กระแสฟ้าผ่าตกลงอาคารโดยตรง

  • Franklin Rod

เสาโลหะแบบคลาสสิก ใช้หลักการ Rolling Sphere Method กำหนดตำแหน่งให้ครอบคลุมพื้นที่

  • Faraday Cage

ใช้ตาข่ายโลหะครอบอาคาร เหมาะสำหรับอาคารขนาดใหญ่

  • ESE (Early Streamer Emission)

ตัวล่อฟ้าเทคโนโลยีสูง เพิ่มความเร็วในการดักฟ้าให้เร็วกว่าปกติ

  • Down Conductor System

สายตัวนำจากตัวล่อฟ้าไปยังพื้นดิน ทำหน้าที่นำกระแสฟ้าผ่าลงดินอย่างปลอดภัย ลดแรงดันไฟฟ้าในอาคาร

  • Earth Termination System (ระบบกราวด์)

ระบบกราวด์กระจายกระแสไฟฟ้าลงดินอย่างปลอดภัย ลดโอกาสเกิดแรงดันต่างศักย์และความเสียหายต่อโครงสร้าง

หลักการออกแบบทั่วไปของ External LPS

  • วางตัวล่อฟ้าในตำแหน่งที่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด
  • Down Conductor ต้องต่อแบบสั้นและตรงที่สุด เพื่อลดแรงดันตกคร่อม
  • ระบบกราวด์ควรมีค่าความต้านทานต่ำ (<10Ω แนะนำ <5Ω) และตรวจสอบสม่ำเสมอ

2) ระบบป้องกันฟ้าผ่าภายใน (Internal LPS)

ออกแบบระบบป้องกันฟ้าผ่า

ระบบนี้มีหน้าที่ ลดความเสียหายต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าและระบบภายในอาคาร รวมถึงป้องกันอันตรายจากแรงดันไฟฟ้ากระชาก

  • Surge Protection Device (SPD)

ป้องกันแรงดันไฟฟ้ากระชากที่เกิดจากฟ้าผ่าและไฟฟ้าแปรปรวน

  • Type 1 – ติดตั้งที่จุดหลักก่อนเข้าอาคาร ป้องกันแรงดันสูงจากฟ้าผ่าตรง
  • Type 2 – ติดตั้งที่แผง MDB (Main Distribution Board) ป้องกันไฟกระชากที่เข้ามาภายในอาคาร
  • Type 3 – ติดตั้งที่อุปกรณ์ปลายทาง เช่น คอมพิวเตอร์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า ป้องกันแรงดันกระชากเล็ก ๆ
  • Bonding / Shielding

เชื่อมต่อจุดกราวด์ของอุปกรณ์ทั้งหมดให้เท่ากัน ลดแรงดันต่างศักย์ และป้องกันสัญญาณรบกวนทางแม่เหล็กไฟฟ้า (EMI)

หลักการออกแบบทั่วไปของ Internal LPS

  • ติดตั้ง SPD ตามระดับความเสี่ยงของอุปกรณ์
  • Bonding เชื่อมต่อทุกอุปกรณ์สำคัญเพื่อป้องกันแรงดันตกคร่อม
  • Shielding ใช้ในระบบไฟฟ้าและสื่อสารที่มีความไวต่อสัญญาณรบกวน

ระดับการป้องกันฟ้าผ่า (Lightning Protection Levels – LPL)

ระดับการป้องกันฟ้าผ่า (Lightning Protection Levels – LPL) ใช้กำหนดความเข้มการป้องกันเพื่อให้เหมาะกับความเสี่ยงของอาคาร

  • LPL I (รองรับกระแสฟ้าผ่าสูงสุดประมาณ 200 kA) เหมาะสำหรับอาคารหรือสถานที่สำคัญ เช่น โรงไฟฟ้า หรือโครงสร้างที่มีความเสี่ยงสูงมาก
  • LPL II (รองรับกระแสฟ้าผ่าสูงสุดประมาณ 150 kA) เหมาะสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมหรือพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง
  • LPL III (รองรับกระแสฟ้าผ่าสูงสุดประมาณ 100 kA) เหมาะกับอาคารทั่วไป สิ่งปลูกสร้างเชิงพาณิชย์ และที่พักอาศัย
  • LPL IV (รองรับกระแสฟ้าผ่าสูงสุดประมาณ 100 kA) เหมาะกับอาคารที่มีความเสี่ยงต่ำ หรือโครงสร้างที่มีความสำคัญไม่มาก

การติดตั้งและบำรุงรักษา

เพื่อให้ระบบทำงานได้ตามมาตรฐาน IEC 62305 จำเป็นต้องติดตั้งและดูแลตามแนวปฏิบัติที่ถูกต้อง

ขั้นตอนสำคัญ

  • ออกแบบตาม IEC 62305 / NFPA 780
  • ตรวจค่าความต้านทาน Grounding
  • ทดสอบ SPD / ตัวล่อฟ้าเป็นประจำทุกปี
  • ตรวจความสมบูรณ์ของจุดต่อ Down Conductor และ Bonding

สรุป

การออกแบบระบบป้องกันฟ้าผ่า ตามมาตรฐาน IEC 62305 เป็นแนวทางสำคัญในการลดความเสี่ยงต่ออาคาร บุคลากร และระบบไฟฟ้า โดยเน้นการประเมินความเสี่ยง การกำหนดระดับป้องกัน (LPL) การติดตั้ง LPS ทั้งแบบภายในและภายนอก รวมถึงการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอและการเลือกใช้โครงสร้าง ที่ช่วยให้ระบบมีความปลอดภัยมากขึ้น ทั้งในโรงงาน อาคารสูง และโครงสร้างสำคัญต่าง ๆ

FAQ

Q: IEC 62305 คืออะไร?

A: IEC 62305 คือมาตรฐานสากลด้านการป้องกันฟ้าผ่า ครอบคลุมตั้งแต่การประเมินความเสี่ยง ออกแบบ ติดตั้ง ไปจนถึงการปกป้องระบบไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

Q: การเลือก LPL ต้องใช้เกณฑ์อะไร?

A: พิจารณาความเสี่ยง โครงสร้างอาคาร ผลกระทบของความเสียหาย รวมถึงความสำคัญของอุปกรณ์และผู้ใช้งาน

Q: ระบบป้องกันฟ้าภายในอาคาร (Internal LPS) ทำงานอย่างไร?

A: Internal LPS ป้องกันอุปกรณ์ไฟฟ้าและระบบภายในอาคารจากไฟกระชาก โดยใช้ SPD, Bonding และ Shielding ลดแรงดันต่างศักย์และสัญญาณรบกวน

Q: SPD จำเป็นไหมในระบบป้องกันฟ้าผ่า?

A: จำเป็น เพราะช่วยป้องกันแรงดันกระชากที่เกิดจากฟ้าผ่า ลดความเสียหายต่อระบบไฟฟ้า-อิเล็กทรอนิกส์

Q: ต้องตรวจสภาพระบบป้องกันฟ้าผ่าบ่อยแค่ไหน?

A: ควรตรวจสอบเป็นประจำทุกปี หรือหลังเกิดเหตุสภาพอากาศรุนแรง เช่น ฟ้าผ่าหนัก

ต้องการระบบป้องกันฟ้าผ่าที่ได้มาตรฐานสากล พร้อมทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญดูแลครบวงจร ที่ CSK คือผู้ช่วยที่คุณไว้ใจได้ มาพร้อมทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านงานระบบประกอบอาคาร ตั้งแต่ให้คำปรึกษา ออกแบบ ติดตั้ง ตรวจสอบ และบำรุงรักษาตามมาตรฐาน IEC / ISO ทั้งระบบไฟฟ้า สุขาภิบาล ปรับอากาศ ป้องกันอัคคีภัย และระบบควบคุมเครื่องจักร ด้วยทีมงานมืออาชีพและเครื่องมือทันสมัย เราพร้อมส่งมอบงานคุณภาพ ปลอดภัย และให้ผลลัพธ์สูงสุดในระยะยาว

สามารถดูรายละเอียดผลงานเพิ่มเติมได้ที่ >> CSK Power Technology ติดตั้งระบบป้องกันฟ้าผ่า และสายดิน


☎️ Tel: 02-583-1441, 065-239-4655

🟢 Line: @cskpower

📬 Email: csk.powertech.office@gmail.com

📘 Facebook: ซีเอสเค เพาเวอร์ เทคโนโลยี จำกัด

อ่านข่าวสารเพิ่มเติม

ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ คือระบบที่ตรวจจับและดับเพลิงได้เอง ช่วยควบคุมเพลิงตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ลดความเสียหาย โดยใช้สารดับเพลิง เช่น น้ำ ก๊าซ หรือโฟม
27 July 2026
ระบบดับเพลิงพิเศษ คือระบบที่ใช้ก๊าซ โฟม ผงเคมี หรือหมอกน้ำแทนน้ำ เหมาะกับพื้นที่ที่น้ำอาจทำให้อุปกรณ์เสียหายหรือดับไฟไม่ได้มีประสิทธิภาพ
27 July 2026
ระบบดับเพลิง Sprinkler คือระบบที่หัวสปริงเกอร์จะปล่อยน้ำอัตโนมัติเมื่ออุณหภูมิถึงจุดกำหนด โดยทำงานเฉพาะหัวที่อยู่บริเวณเกิดเพลิงไหม้ ไม่ได้ทำงานพร้อมกันทั้งอาคาร ช่วยควบคุมไฟได้รวดเร็ว
27 July 2026
ระบบรักษาความปลอดภัยในอาคารประกอบด้วย CCTV, Access Control, สัญญาณกันขโมย, Fire Alarm และ Intercom เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและลดความเสี่ยงในอาคาร
27 July 2026
บริภัณฑ์ไฟฟ้า คืออุปกรณ์ที่ใช้จ่ายไฟ ควบคุมไฟ และป้องกันระบบไฟฟ้า แบ่ง 3 ระดับ HV-MV-LV อ่านวิธีเลือกใช้ตรงงาน มาตรฐาน วสท. และเกณฑ์ตรวจรับรอง สำหรับอาคารและโรงงาน
25 June 2026
อุปกรณ์ประหยัดพลังงานไฟฟ้ามีหลายประเภท เช่น Capacitor Bank, VFD และหลอดไฟ LED โดยแต่ละชนิดช่วยลดค่าไฟในจุดที่แตกต่างกัน การเลือกติดตั้งให้คุ้มค่าควรพิจารณาจากลักษณะการใช้ไฟฟ้าของหน้างาน
25 June 2026