ในงานระบบไฟฟ้า “หม้อแปลงไฟฟ้า” ถือเป็นอุปกรณ์สำคัญที่พบได้ทั้งในโรงงาน อาคาร และระบบจำหน่ายไฟฟ้า การเข้าใจคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้อง เช่น Transformer, kVA, CT หรือ Vector Group จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการอ่านสเปค ติดต่อซัพพลายเออร์ และเลือกใช้อุปกรณ์ให้ถูกต้อง
บทความนี้รวบรวมคำศัพท์หม้อแปลงไฟฟ้าที่ใช้จริงในงานวิศวกรรม ตั้งแต่คำพื้นฐานไปจนถึงศัพท์เทคนิค เพื่อให้คุณใช้งานได้อย่างมั่นใจและถูกต้องมากขึ้น
หม้อแปลงไฟฟ้าภาษาอังกฤษ คือ
Transformer คำนี้มาจากคำว่า “transform” ที่แปลว่าการเปลี่ยนแปลง เพราะหม้อแปลงมีหน้าที่เปลี่ยนแปลงระดับแรงดันไฟฟ้า และกระแสไฟฟ้าตามความต้องการของระบบการไฟฟ้า นอกจากนี้คำศัทพ์พื้นฐานที่ควรรู้ ได้แก่
1. ประเภทหม้อแปลงตามการใช้งาน
ในงานวิศวกรรมไฟฟ้า ส่วนใหญ่นิยมเรียกประเภทหม้อแปลงเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อความชัดเจนและใช้ในเอกสารสเปคหรือการสื่อสารกับซัพพลายเออร์ โดยสามารถแบ่งได้ดังนี้
- Power Transformer คือหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ใช้งานในระบบส่งกำลัง (Transmission) โดยปกติมีขนาด 50 kVA ขึ้นไป มักติดตั้งที่สถานีส่งกำลังไฟฟ้า
- Distribution Transformer หรือหม้อแปลงจ่ายแรงต่ำ เป็นหม้อแปลงขนาดเล็กถึงกลาง ใช้จ่ายกำลังไฟฟ้าให้ชุมชน อาคาร และโรงงานขนาดกลาง มีขนาดตั้งแต่ 10 kVA ถึง 1,000 kVA
- Step-Up Transformer เป็นหม้อแปลงที่เพิ่มแรงดันไฟฟ้า (ลดกระแสไฟฟ้า) ใช้งานในการส่งกำลังไฟฟ้าระยะไกล
- Step-Down Transformer เป็นหม้อแปลงที่ลดแรงดันไฟฟ้า (เพิ่มกระแสไฟฟ้า) ใช้รับกำลังไฟฟ้าจากระบบแรงสูงแล้วลดให้เหมาะสมกับการใช้งาน
2. หม้อแปลงพิเศษ
หม้อแปลงพิเศษ (Special Transformers) เป็นหม้อแปลงที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานเฉพาะด้าน นอกเหนือจากการเพิ่ม–ลดแรงดันไฟฟ้าทั่วไป โดยมักพบในงานอุตสาหกรรม ระบบควบคุม และระบบวัดค่าทางไฟฟ้า ซึ่งมีคำศัพท์เฉพาะที่ควรรู้ดังนี้
- Isolation Transformer คือหม้อแปลงแยกวงจร ใช้เพื่อแยกวงจรไฟฟ้าออกจากกัน ป้องกันไฟฟ้าดูดและการขาดสายดิน
- Current Transformer (CT) หรือหม้อแปลงกระแส ลดกระแสไฟฟ้าให้มีค่าปลอดภัยสำหรับอุปกรณ์วัด (Ammeter) และรีเลย์ป้องกัน ปกติแปลงกระแสลงมาเป็น 5A หรือ 1A
- Potential Transformer (PT) หรือหม้อแปลงแรงดัน ลดแรงดันไฟฟ้าให้มีค่าที่ปลอดภัยสำหรับอุปกรณ์วัดแรงดัน (Voltmeter) และรีเลย์ป้องกัน

ชิ้นส่วนและอะไหล่ของหม้อแปลง ภาษาอังกฤษ
การทำความเข้าใจชิ้นส่วนภายในหม้อแปลงจะช่วยให้คุณสามารถติดต่อขออะไหล่หรืออ่านรายละเอียดการบำรุงรักษา (Maintenance) ได้อย่างถูกต้อง
ส่วนประกอบหลัก
- Primary Winding คือขดลวดด้านอินพุต (ขดลวดปฐมภูมิ) ที่รับกระแสไฟฟ้าจากแหล่งจ่าย
- Secondary Winding คือขดลวดด้านเอาท์พุต (ขดลวดทุติยภูมิ) ที่จ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับโหลด
- Core (คอร์) คือแกนเหล็กที่อยู่ตรงกลาง มีหน้าที่นำแม่เหล็กไฟฟ้าระหว่างขดลวด ทำจากแผ่นเหล็กซิลิคอน
- Oil Cooler คือระบบหล่อเย็นที่ใช้น้ำมันแร่เหลวสำหรับหล่อเย็นหม้อแปลง
- Tap Changer คืออุปกรณ์ที่ใช้ปรับเปลี่ยนจำนวนรอบของขดลวด เพื่อให้ได้แรงดันไฟฟ้าตามต้องการ มีทั้งแบบ Off-Load และ On-Load
- Bushing (บูชชิ่ง) คือท่อฉนวนที่ใช้นำกระแสไฟฟ้าให้โผล่ออกมาจากตัวหม้อแปลง
💡 เกร็ดความรู้
“ทำไมต้องเติม Silica Gel?”
คุณรู้หรือไม่ว่า Breather (ชุดกรองอากาศ) ของหม้อแปลงน้ำมันจะมี Silica Gel อยู่ข้างใน ถ้ามันเปลี่ยนจากสีน้ำเงินเป็นสีชมพู แสดงว่าสารดูดความชื้น “เสื่อมสภาพ” ต้องรีบเปลี่ยนทันที เพื่อป้องกันความชื้นเข้าไปปนกับน้ำมันหม้อแปลงจนทำให้ฉนวนพัง
ศัพท์เทคนิคในเอกสารสเปค
ในเอกสารสเปคของหม้อแปลงไฟฟ้า มีคำศัพท์เทคนิคภาษาอังกฤษที่ใช้ระบุคุณสมบัติ และประสิทธิภาพของอุปกรณ์ ซึ่งสำคัญต่อการเลือกใช้งานและการติดตั้ง ดังนี้
หน่วยวัดและข้อมูลพื้นฐาน
- kVA (กิโลโวลท์แอมแปร์) คือหน่วยวัดกำลังไฟฟ้า (Power Rating) ของหม้อแปลง เช่น 100 kVA, 315 kVA, 500 kVA
- Voltage Ratio คืออัตราส่วนแรงดันระหว่าง Primary กับ Secondary เช่น 22 kV / 400V หรือ 11 kV / 433V
- Impedance (Z%) เป็นค่าความต้านทานของหม้อแปลง ส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 4-12%
- Frequency (ความถี่) ในประเทศไทยหม้อแปลงทำงานที่ 50 Hz
- No-Load Loss คือการสูญเสียไฟฟ้าของหม้อแปลงเมื่อไม่มีโหลดเชื่อมต่อ
- Full-Load Loss คือการสูญเสียไฟฟ้าเมื่อหม้อแปลงทำงานเต็มกำลัง
Vector Group และการออกแบบ
- Vector Group คือการจัดกลุ่มของแรงดันระหว่าง Primary และ Secondary โดยใช้นาฬิกา 12 ชั่วโมง เช่น Dyn11, Yy0, Yz11
- Cooling Method เช่น ONAN (Oil Natural Air Natural), ONAF (มีพัดลมระบายอากาศ), OFAF (มีพัดลมทั้งน้ำมันและอากาศ)
- Insulation Class เช่น F หรือ H บอกถึงอุณหภูมิสูงสุดที่ฉนวนทนได้

Preventive Maintenance (PM) รายงานผลการทดสอบ
- Visual Inspection คือการตรวจเช็กด้วยสายตา (เช่น ดูรอยรั่วซึม หรือรอยแตกร้าวของ Bushing)
- Insulation Resistance Test (IR Test) คือการวัดค่าความต้านทานฉนวน (ที่ช่างนิยมเรียกติดปากว่า “การเมกเกอร์”)
- Dielectric Strength Test คือการทดสอบความคงทนต่อแรงดันไฟฟ้าของน้ำมันหม้อแปลง
- Turns Ratio Test คือการตรวจสอบอัตราส่วนจำนวนรอบของขดลวดว่าตรงตามสเปคหรือไม่
- Dissolved Gas Analysis (DGA) คือการวิเคราะห์ก๊าซที่ละลายในน้ำมันเพื่อหาความผิดปกติภายใน
จุดสำคัญ:
การเข้าใจคำศัพท์หม้อแปลงภาษาอังกฤษจะช่วยให้คุณติดต่อซัพพลายเยอร์ อ่านเอกสารสเปค และแสดงความเห็นด้วยความมั่นใจ คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง เช่น CT, PT, Vector Group และ kVA มีความจำเป็นต่อการเลือกใช้หม้อแปลงให้ตรงกับความต้องการของระบบ
ตัวอย่างการใช้งานจริงในหน้างาน
การทำงานด้านระบบไฟฟ้ามักมีการใช้คำศัพท์ภาษาอังกฤษในเอกสารสเปก การสื่อสารกับซัพพลายเออร์ และการตรวจสอบหน้างาน ดังนั้นการเข้าใจตัวอย่างประโยคจึงช่วยให้สามารถใช้งานได้อย่างถูกต้องและแม่นยำมากยิ่งขึ้น เช่น ประโยคตัวอย่างต่อไปนี้
ตัวอย่างที่ 1: “เราต้องการ 100 kVA Power Transformer ที่มี Voltage Ratio 22 kV / 400V และ Vector Group Dyn11”
ตัวอย่างที่ 2: “หม้อแปลงขาดทุนมากขึ้น ควรตรวจสอบน้ำมัน (Oil) และ Cooling System”
ตัวอย่างที่ 3: “ติดตั้ง Current Transformer (CT) 300/5A เพื่อให้ Ammeter สามารถวัดกระแสได้อย่างปลอดภัย”
สรุป
การใช้คำศัพท์ภาษาอังกฤษในงานระบบไฟฟ้า โดยเฉพาะงานหม้อแปลงไฟฟ้า เป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เนื่องจากใช้ในการอ่านเอกสารสเปค การสั่งซื้ออุปกรณ์ และการสื่อสารกับซัพพลายเออร์จากต่างประเทศ คำศัพท์ทางเทคนิค เช่น transformer capacity, vector group, insulation resistance test, tap changer และ earthing system มักถูกใช้ในงานจริงเพื่อความถูกต้องและลดความเข้าใจผิดในการทำงาน
ดังนั้น การเข้าใจและสามารถใช้คำศัพท์เหล่านี้ได้อย่างถูกต้อง จะช่วยให้การทำงานด้านระบบไฟฟ้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น สื่อสารได้ชัดเจน และเป็นไปตามมาตรฐานสากลที่ใช้ในอุตสาหกรรมไฟฟ้า
FAQ
Q1: ทำไมต้องใช้คำศัพท์ภาษาอังกฤษในงานหม้อแปลงไฟฟ้า?
A: เพราะเอกสารสเปค มาตรฐาน (เช่น IEC) และการสื่อสารกับซัพพลายเออร์ส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษ ทำให้ลดความเข้าใจผิดและสื่อสารได้ตรงกัน
Q2: คำศัพท์ที่พบบ่อยในงานหม้อแปลงมีอะไรบ้าง?
A: เช่น transformer capacity, vector group, tap changer, insulation resistance test และ earthing system
Q3: Vector group คืออะไร?
A: คือการแสดงการต่อขดลวดของหม้อแปลง (Primary/Secondary connection) ซึ่งมีผลต่อเฟสและการใช้งานร่วมกับระบบไฟฟ้า
Q4: Tap changer ใช้ทำอะไร?
A: ใช้ปรับแรงดันไฟฟ้าของหม้อแปลงให้เหมาะสมกับโหลดหรือสภาวะระบบไฟฟ้า
Q5: Earthing system จำเป็นแค่ไหนในระบบหม้อแปลง?
A: จำเป็นมาก เพราะช่วยระบายกระแสไฟฟ้ารั่วลงดิน ลดความเสี่ยงไฟดูดและอุปกรณ์เสียหาย
หากคุณต้องการติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้า แต่กังวลว่าจะไม่เข้าใจคำศัพท์ทางเทคนิคที่วิศวกรใช้ ทีม CSK พร้อมอธิบายทุกขั้นตอนให้เข้าใจง่าย ตั้งแต่การเลือกสเปค การออกแบบ ไปจนถึงการติดตั้ง เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่า ทุกการตัดสินใจชัดเจน โปร่งใส และเหมาะสมกับระบบไฟฟ้าของคุณจริงๆ
☎️ Tel: 02-583-1441, 065-239-4655
🟢 Line: @cskpower
📬 Email: csk.powertech.office@gmail.com
📘 Facebook: ซีเอสเค เพาเวอร์ เทคโนโลยี จำกัด